แบกเสบียงลุยน้ำขากลับ

หลังจากที่เมื่อวานเย็นไปทำธุระกับซื้อของตามซุปเปอร์สโตร์ และตอนเช้าไปซื้อเสบียงที่ตลาดสด เสร็จสรรพเรียบร้อยก็ถึงเวลาจรลีกลับบ้าน แฟนผมขับรถมาส่งที่หัวน้ำตรงถนนเศรษฐกิจ เวลาเที่ยงเป๊ะพอดี

แรกเริ่มด้วยการโบกรถก่อน ประมาณ ๒๐ นาที ก็เจอรถบรรทุกใจดีกำลังขนของบริจาคเพื่อที่จะนำไปแจกจ่ายชาวบ้านย่านพุทธมณฑลสาย ๔ พอดี จึงอาศัยเกาะรถเขาไปด้วย

รถวิ่งผ่านจุดที่ผมโบกรถกรมชลประทานเมื่อวาน จะเห็นความน่ากลัวของน้ำครับว่ามันไหลเร็วขนาดไหน ในรูปจุดแดงๆคือจุดเดียวกันนะครับ ต่างกันที่เวลาประมาณ ๒๔ ชั่วโมง

รถวิ่งไปเรื่อยๆ แวะแจกของ รถวิ่งไปเรื่อยๆ แวะรับคน พอดีผมคุยกับผู้ร่วมทางคนอื่นๆ เจอพี่สองคน ไปซื้อเครื่องเรือถึงพระราม ๒ มา ขนาด ๖.๕ แรงม้า ราคา ๑๒,๐๐๐ บาทถ้วน ถามพี่เค้าทำไมไปซื้อตั้งไกล ได้ความว่าแถวนี้ของมันหมด ที่มีเหลือก็แพงกว่าเกือบสองเท่า (เหมือนอิฐบล็อก ปกติก้อนละ ๓ บาท ตอนนี้เป็น ๑๒ บาท หรือถุงทรายถุงละ ๔๐) อืม มันเป็นกลไกของตลาด…

และพี่สองคนนี้อยู่คลองโยง เลยบ้านผมไปหน่อยนึง เย่ ได้เพื่อนร่วมทางกลับบ้านแล้ว

รถคันนี้มีผ้าใบคลุมเป็นหลังคาบังแดดอยู่ครึ่งเดียว ส่วนครึ่งหลังที่ผู้โบกรถนั่งกันอยู่มีฟ้ากับแดดอ่อนๆยามบ่ายโมงเป็นหลังคาครับ ร้อนจนแสบผิวมาก

รถวิ่งไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆมากครับ ผ่านไป ๒ ชั่วโมง ได้ระยะทางรวมไม่เกิน ๕ กิโล เห็นจะได้ ท่าจะไม่ดีซะแล้ว จะถึงบ้านกี่โมงกันล่ะเนี่ย ดังนั้นจึงตัดสินใจลงรถเพื่อโบกคันที่ซิ่งกว่านี้ แบบว่าวัยรุ่นใจร้อน ไม่งั้นถึงบ้านมืดแน่ๆ จะไม่มีเรือเข้าบ้านเอา และอาจได้นอนริมถนนเป็นแน่แท้

รอรถสักพักก็มีรถบรรทุกของ SCG paper ผ่านมาให้โบก ปลายทางคันนี้คือวิ่งสุดสาย ๔ แล้วเลี้ยวซ้ายไปสาย ๗ ดังนั้น ผมจึงต้องลงแถวๆพุทธมณฑล ถนนอุทยาน หรือไม่ก็ตีนสะพานข้ามแยก แล้วแต่คนขับจะสะดวก (ไม่ได้ถ่ายรูปข้างทางเลยครับ เพราะนั่งอยู่ตรงกลางด้านในๆของรถ) ระหว่างนั่งก็มีแจกข้าวเหนียวหมูฝอยด้วย จังหวะนี้กินแบบไม่รู้รสชาติแล้วครับ

(ช่วงโฆษณา) อย่าลืมใช้กระดาษ idea green กันนะครับ ของเค้าดีจริงๆ ฮี่กั๊บๆ

จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ได้ข้อมูลอีกว่า โรงงานอยู่ที่ราชบุรี(มั้ง)น้ำไม่ท่วม สามารถผลิตได้แต่ไม่มีคนซื้อ จึงหยุดการผลิต แสดงว่า ไม่ว่าจะโดนหรือไม่โดนน้ำท่วม ต่างก็มีผลกระทบด้วยกันแทบทั้งสิ้น

พอนั่งมาถึงตีนสะพานข้ามแยกถนนพระบรมฯ เราก็ถูกปล่อยลงเพื่อต่อรถข้ามไปฝั่งมหิดล พักเดียวก็ได้โบกรถขยะสีเขียว อ้อ ขณะนี้เป็นเวลา ๑๕.๑๕ น.

โดยสารรถขยะ ไม่ได้ไปนั่งในกระบะขยะนะครับ นั่งบนหลังคาด้านบนเลย ส่วนผมยืนเกาะอยู่บนรอยต่อระหว่างหัวรถกับกระบะด้านหลัง เห็นวิวโล่งๆมาก

ภายในมหิดลยังไม่ท่วมเลยนะครับ

.

ตลาดเหลืองศาลายา น้ำท่วมไปเยอะเลย เค้าลือกันว่ามีจระเข้หลุดมาในนี้ด้วย!

.

หลังจากรถมาส่งที่สามแยกหน้าสถานีตำรวจ ก็ถึงเวลาที่จะต้องข้ามทางรถไฟครับ ขามาผมนั่งเรือข้ามมา แต่ขากลับผมกระแดะอยากลุยน้ำระดับเอวฝ่าเข้าไป ช่วงนี้ไม่มีรูปตามเคย เพราะไม่มีมือไหนสามารถหยิบกล้องมาลั่นได้ มือนึงต้องดึงเป้สะพายหลังให้สูง เดี๋ยวจมน้ำ ส่วนอีกมือก็ต้องยกกระเป๋าให้พ้นน้ำ บางช่วงที่รู้สึกว่าลึกก็ต้องเดินเขยงปลายเท้าด้วย อูย กระแดะผิดกาลเทศะ

พอข้ามทางรถไปได้ก็ถึงสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ ตรงนี้มีรถสองแถวกลับบ้านได้ครับ แต่พี่สองคนที่ซื้อเครื่องเรือมาเค้าจอดรถไว้ตรงอีกฝั่งของสะพาน ก็เลยช่วยพี่เค้าแบกเครื่องเรือ เดินถึงรถก็ยกขึ้นหลังกระบะปั๊บ และโดยสารรถพี่เค้าไปลงที่หน้าปากซอยเลย

เย่ๆ ถึงหน้าปากซอยแล้ว รอเรือมารับ

.

ตอนออกมาผมไม่ได้เขียนไว้ คือทางอบต.คลองโยง จะนำเอาน้ำดื่มสะอาดมาวางตั้งไว้ที่หน้าปากซอย ใครอยากได้ก็นำขวดมาเติมกันเอง ตอนออกมาผมออกมาพร้อมยาย ผมบอกให้ยายเอาขวดเปล่าฝากมากับเรือไว้ ขากลับผมจะได้เติมแล้วเอาเข้าบ้านได้เลย

สัมภาระขากลับทั้งหมดพร้อม เตรียมตัวขึ้นเรือได้

.

รู้สึกว่าน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีกนิดหน่อยนะ

.

ท้องทะเลแสนกว้างใหญ่ มองออกไปไกลสุดตา

.

ถึงหน้าหมู่บ้านแล้ว เช็คอินเวลา ๑๖.๓๐ น. เสร็จสิ้นภารกิจ

.

.

แถมท้ายด้วยรูปเสบียงที่แบกมา

 

 

2 thoughts on “แบกเสบียงลุยน้ำขากลับ”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *