หวยขั้นกว่า

ในยุคน้ำมันแพงและมาม่าซองละ ๖ บาท ใครๆต่างก็ต้องการที่จะหารายได้เข้ามาชดเชยรายจ่ายที่มันเพิ่มมากขึ้น คนไทยเราโชคดีอย่าง ที่มีวิธีการหาเงินที่ง่ายแสนง่าย ไม่ว่าเรียนจบวุฒิการศึกษาไหนก็สามารถทำได้ เพียงแค่อ่านตัวเลขออกเป็นใช้ได้ วิธีที่ว่านี้คือ “เล่นหวย” ครับ ไม่ต้องเดาก็ถูก :eek:

วิธีการเล่นหวยนี่ไม่ยาก ใช้เพียงแค่จินตนาการอย่างเดียว อย่างเดียวจริงๆ แต่ถ้าใครไม่ถนัดด้านนี้ ไม่เป็นไรครับ ใช้วิธีหาข้อมูลแทน เช่น ญาติคนไหนออกรถใหม่ ก็เอาป้ายทะเบียนมาเล่น หรือ เพื่อนบ้านไหนเจองูหลังบ้าน ก็เอาเลขที่บ้านนั้นมาเล่น เป็นต้น เสียดายรัฐบาลสมัยที่แล้ว (ก่อนขิงแก่) ที่สนันสนุนการเล่นหวยอย่างจริงๆจังๆ ทำให้ชาวบ้านประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย แค่เปิดหนังสือพิมพ์หน้าแรกอ่านก็เจอแล้ว สะดวกจริงๆ (เอ๊ะ หน้าแรกมันเปิดตรงไหน? :confused: )

เมื่อเราได้ตัวเลขมาปุ๊บ ใช่ว่าจะเล่นได้เลยนะครับ มันไม่ถูกง่ายๆหลอก เพราะคนออกหวยเค้ารู้ทัน มันต้องใช้เทคนิคพิเศษพลิกแพลงกับตัวเลขที่ได้มา เช่น วิ่ง โต๊ด เต็ง กลับเลข กลับตัว กลับบนกลับล่าง กลับซ้ายกลับขวา กลับหน้ากลับหลัง (ยังกับเล่นกายกรรม) แพรวพราวเหลือเกิน :thumbsup:

แต่เดี๋ยวก่อน หากใครคิดว่าข้างบนนั่นมันเป็นการ “เล่นหวย” แบบธรรมด๊าธรรมดา ผมของัดท่าไม้ตายมาเสนอครับ “เล่นหวยขั้นกว่า

เล่นหวยขั้นกว่า

วิธีนี้มาเหนือเมฆแบบยืมมือชาวบ้านเนียนๆ ใครหลงคารมย่อหน้าแรกนั่นก็เสร็จล่ะครับ

.

มาเข้าเรื่องจริงกันดีฝ่า คือผมได้จดหมายนั่นมาเมื่อตอนปีใหม่ ไม่รู้เค้าเอาที่อยู่ผมมาจากไหน ไม่ติดแสตมป์ด้วย แต่ปั๊มตราจากโรจนะ อยุธยา (ผมทำงานอยู่อยุธยา แต่บ้านอยู่นครปฐมครับ) ตอนได้มาก็ไม่เชื่ออยู่แล้วครับ แต่มีแอบลุ้นว่าจะถูกหรือเปล่า ผลปรากฏว่า แค่เฉี่ยวๆ ครับ

.

ส่วนกระดาษที่มันขาดมีรอยเทปติด เพราะว่ามัน แค่เฉี่ยวๆ นั่นแหละครับ 8)

.

.

ปล.งวดต่อไป…อย่าลืมกลับเลขด้วยนะครับ :cheerful:

ทำไมฉันไม่ก้าวหน้าเหมือนเขาเลย?

twin

แก่ และ หนุ่ม เป็นคนจังหวัดเดียวกัน เกิดปีวอกเหมือนกัน เรียนจบปริญญาตรีวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์เหมือนกัน จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ทำงานอยู่ที่บริษัทขายสินค้าแห่งเดียวกัน ช่วงเวลาการทำงานก็ไม่ต่างกันเท่าใดนัก ทั้งสองคนมีความขยัน ตั้งใจในการทำงานเหมือนกัน

แต่ห้าปีต่อมา แก่ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเรื่อยๆจนได้เป็นถึงผู้จัดการแผนก แต่สำหรับหนุ่มนั้นยังเป็นพนักงานขายต๊อกต๋อยเหมือนเดิม ดูเหมือนทุกคนจะลืมไปว่ามีเขาอยู่ด้วย…

.

จนวันหนึ่งหนุ่ม ซึ่งหมดความอดทนได้เข้ามาขอยื่นใบลาออกกับผู้จัดการ เหตุผลก็คือ เขาได้ทำงานหนัก แต่ไม่เคยประจบประแจงเจ้านาย หรือเป็นคนคุยโวโอ้อวดผลงานของตน เขาจึงไม่เคยอยู่ในสายตาของผู้จัดการ ในขณะเลื่อนตำแหน่งหรือได้ทำงานสำคัญเลย

เมื่อผู้จัดการฟังหนุ่มพูดจบ เขาทราบว่าหนุ่มนั้นทำงานหนักจริง แต่หนุ่มขาดคุณสมบัติไปข้อหนึ่ง ถ้าพูดไปตรงๆ อาจทำให้หนุ่มไม่สบายใจ ดังนั้น เขาจึงพูดว่า “หนุ่ม บางทีฉันอาจจะตาลายดูไม่ทั่วถึงนะ เอาอย่างนี้แล้วกัน ให้เธอไปที่ตลาด ดูว่าวันนี้ที่ตลาดมีอะไรมาขายบ้าง?”

หนุ่มรีบขับรถไปตลาดแล้วก็กลับมารายงานผู้จัดการว่า “ผมพบว่ามีชาวนาชายคนหนึ่ง ตัดผมสั้น มีแผลเป็นที่หน้าผาก ท่าทางเป็นคนอีสาน อายุประมาณ ๕๕ ปี ใช้ม้าสีน้ำตาลตัวเมีย ลากรถมาขายถั่วลิสงครับ”

ผู้จัดการถาม “เขามีถั่วกี่กิโล?” หนุ่มก็ขอขับรถกลับไปดูใหม่สักครู่ก็กลับมารายงานว่า “มีถั่วลิสงยังไม่ต้ม ๔๐ กว่าถุงปุ๋ย น้ำหนักถุงละประมาณ ๒๐ กิโลกรัมครับ”

ผู้จัดการจึงถามอีกว่า “เขาจะขายถั่วราคากิโลละเท่าไหร่?” หนุ่มก็จะขอขับรถกลับไปดูใหม่ แต่ผู้จัดการได้เรียกให้เขาหยุด และให้เขาพักผ่อนดูโทรทัศน์ดูฟุตบอลสักครู่…

.

จากนั้นเขาก็ให้คนไปเรียก แก่มาพบต่อหน้าหนุ่ม แล้วพูดว่า “คุณแก่ให้ไปที่ตลาดนะ ดูว่าวันนี้มีอะไรมาขายบ้าง?”

ครึ่งชั่วโมงต่อมา แก่ก็กลับมาแจ้งว่า “ที่ตลาดมีชาวนาชราคนหนึ่งนำถั่วลิสงเกรดสองมาขาย มีอยู่ประมาณ ๔๐ กว่าถุง รวมแล้วหนักราว ๘๐๐ กิโลกรัม ตรวจคุณภาพถั่วแล้วใช้ได้ดี เขาขายปลีกถุงละ ๓๐๐ บาท แต่ถ้าเราซื้อทั้งหมดเขาจะขายให้ถุงละ ๒๓๐ บาท ซึ่งถ้าจะเอาทั้งหมดจริงๆ น่าจะต่อรองลงได้อีกถุงละสิบบาท เราสามารถนำไปขายต่อให้ร้านของชำฝั่งตรงข้ามได้ถุงละ ๒๘๐ บาท มีกำไรทันที ๒๔๐๐ บาทครับ”

จากนั้นแก่ก็นำตัวอย่างถั่วลิสงหนึ่งกำมือ ให้ผู้จัดการดูแล้วพูดต่อว่า “พรุ่งนี้เขาจะนำถั่วแบบเดียวกันอีก ๑ คันรถมาขายที่นี่อีก ถ้าท่านเห็นชอบผมจะไปหาร้านที่อื่นในเมือง ให้รับซื้อไว้ล่วงหน้าดีไหมครับ?”

หนุ่มซึ่งยืนอยู่ข้างๆเริ่มหน้าแดง เขาขอร้องให้ผู้จัดการคืนใบลาออกให้กับเขา ตอนนี้เขาเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างตัวเขาเองกับแก่แล้ว…

.

สรุปว่า คนที่จะประสบความสำเร็จก้าวหน้าได้นั้น ที่จริงแล้วไม่มีเทคนิคอะไรมากมายนักหรอก แต่เขาจะมีความคิดที่ไกล ลึกซึ้ง และก้าวหน้ากว่าคนอื่นเท่านั้นเอง การมีความคิดที่ก้าวไกล และทำงานให้ทันต่อสถานะการณ์เป็นสิ่งที่ สำคัญยิ่ง

.

การที่เราก้มหน้าก้มตาทำงานไป โดยที่ไม่มองข้างบนหรือข้างๆเลยว่า เขาไปถึงไหนกันแล้ว การที่ไม่สืบ ไม่ดู ไม่รู้ว่าองค์กรของเรามีนโยบายหรือเป้าหมายอะไรในอนาคต คิดแต่จะทำตามหน้าที่ที่กำหนดไปวันๆ หรือทำอย่างที่เคยทำมาตลอดเวลาสิบปีนั้น เราอาจย่ำเท้าอยู่กับที่หรือเดินถอยหลัง ไม่อาจก้าวไปข้างหน้า เพียงเราหยุดอยู่กับที่ แต่คนอื่นก้าวหน้าไป ก็เท่ากับว่าเราเดินถอยหลังแล้ว

.

ลองคิดดูซิ ในขณะที่คุณทำงานอยู่ในวันนี้นั้น คุณมีความคิดที่ไกล ลึกซึ้ง และ ตรงตามนโยบายขององค์กรไปกี่ขั้นแล้ว?? 8)

.

๔๔ วิธีประหยัดน้ำมัน จำให้ขึ้นใจ

เมื่อครั้งตอนสมัยเรียนอนุบาลและประถม เราเคยท่อง ก.เอ๋ย ก.ไก่… ข.ไข่อยู่ในเล้า… ฃ.ขวดของเรา เอ้า ค.ควายไถนา… กันมาแล้ว พอเข้ามัธยมหัวเกรียน เราก็ท่องแบบลดคำ ก.ไก่… ข.ไข่… ฃ.ขวด… ค.ควาย… ฅ.คน… จบบ้างไม่จบบ้าง

เข้ายุคมหาลัย ก็ท่องแข่งกับเพื่อน กอ… ขอ… คอ… งอ… จอ… ฉอ… ชอ… ซอ… … … ใครท่องได้รวดเดียวจบถึง ฮอ นี่เท่โคตร (ขนาดพิมพ์เองยังไปไม่เป็นเลย :stare: )

เริ่มทำงาน เริ่มเล่นเนต กลายเป็น ก.เอ๋ย ก.ไก่… ข.ไข่อยู่ในกางเกง… ค.*ปี๊บ*โตงเตง… :devil:

แต่ยุคนี้ที่น้ำมันแพงกว่าข้าวผัดกระเพราไก่ (+ไข่ดาวไม่สุกด้วย) เรา(ต้อง)หันมาท่องแบบนี้กันแล้ว…

๔๔ วิธีประหยัดน้ำมัน

 มีลูกสอนลูก มีหลานสอนหลาน เพื่อความอวบอ้วนของกระเป๋าตังค์ครับ :angel:

เพิ่มเติม ๒๓ ธ.ค.
รู้ไหมเอ่ย? ว่าที่เราท่อง ก.เอ๋ย ก.ไก่น่ะมันมีที่มายังไง? อยากรู้ นี่เลย

๑๐ นิสัยที่ทำร้ายสมอง

๑. ไม่ทานอาหารเช้า หลายคนคิดว่าไม่ทานอาหารเช้า แล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่นี้จะเป็นสาเหตุให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองเสื่อม 

๒. กินอาหารมากเกินไป
จะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น 

๓. การสูบบุหรี่
เป็นสาเหตุให้เป็นโรคสมองฝ่อ
และเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ 

๔. ทานของหวานมากเกินไป จะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีนและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหารและขัดขวางการพัฒนาสมอง 

๕. มลภาวะ สมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกาย
การสูดเอาอากาศที่เป็นมลภาวะเข้าไปจะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อย
ส่งผลให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง 

๖. การอดนอน เป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตายได้ ส่วนการนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อน

๗. นอนคลุมโปง
จะเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นและลดออกซิเจนให้น้อยลง
ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง 

๘. ใช้สมองในขณะที่ไม่สบาย การทำงานหรือเรียนขณะที่กำลังป่วย
จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง
เหมือนกับการทำร้ายสมองไปในตัว 

๙. ขาดการใช้ความคิด การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมอง
การขาดการใช้ความคิดจะทำให้สมองฝ่อ 

๑๐. เป็นคนไม่ค่อยพูด ทักษะทางการพูดจะเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของสมอง

 

บางข้อไม่รู้เลยนะเนี่ย ทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว ยังไงก็อย่าลืมหันมาเอาใจใส่กันด้วยนะครับ สมองเป็นอวัยวะที่สำคัญ :queen:

เทคนิคการหั่นแตงโม

เอาล่ะ ทีนี้จะได้กินแตงโมอย่างมูมมามเอร็ดอร่อยซะที ไม่ต้องคอยกังวลว่าจะกัดโดนเม็ด (บางทีก็เผลอกลืนไอ้เม็ดขาวๆเข้าไปด้วย :S )

เทคนิคการหั่นแตงโม
เทคนิคการหั่นแตงโม
เทคนิคการหั่นแตงโม

ไม่รู้ที่มาต้นตอ ใครรู้ช่วยบอกทีครับ