วันนี้มีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุขมาแจกทรายอะเบทที่บ้านครับ รณรงค์การป้องกันไข้เลือดออกจากยุงลาย
วิธีป้องกัน คือ ๔ ป. ครับ
ป.ปิด
ป.เปลี่ยน
ป.ปล่อย
ป.ปรับปรุง
ง่ายจะตาย :thumbsup:
วันนี้มีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุขมาแจกทรายอะเบทที่บ้านครับ รณรงค์การป้องกันไข้เลือดออกจากยุงลาย
วิธีป้องกัน คือ ๔ ป. ครับ
ป.ปิด
ป.เปลี่ยน
ป.ปล่อย
ป.ปรับปรุง
ง่ายจะตาย :thumbsup:
หายไปนานเลยครับ ระยะนี้ผมต้องเดินทางอยู่บ่อยๆ เลยไม่ค่อยมีเวลาเขียนบล๊อกสักเท่าไหร่ ไม่สิ ปกติเวลาไปไหนมาไหนผมจะพกสมุดไว้จดนู่นวาดนี่เล่นเสมอ รวมถึงเขียนบล๊อกด้วย แต่ไม่มีเวลาออนไลน์ ประมาณนี้อ่ะครับ ขออภัย :frown:
.
ปุจฉา : รู้หรือไม่ว่า อะไรสกปรกกว่าชักโครก?
วิสัชนา : ก็คีย์บอร์ดที่คุณจิ้มมันอยู่นี่ไง!
อ๊ะๆ นี่ไม่ได้จะมาโฆษณานะครับ ฝรั่งเขาทดลองตรวจสอบกันมาแล้วพบว่า ปริมาณของเชื้อโรคเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในคีย์บอร์ด มีมากกว่าที่พบในชักโครกถึง 5 เท่าเลยทีเดียว 8O
โอ้ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ
ก่อนอื่นเรามาตอบคำถามเหล่านี้กันก่อนดีกว่าครับ
๑. คุณเคยกินขนมระหว่างเล่นเนตหรือไม่?
๒. คุณเคยดื่มน้ำขณะพิมพ์งานหรือไม่?
๓. คุณล้างมือก่อนที่จะเปิดคอมฯหรือเปล่า?
๔. คุณจำได้ไหมว่า คุณทำความสะอาดคีย์บอร์ดครั้งล่าสุดเมื่อไหร่?
อันนี้ไม่มีเฉลยนะครับ เพราะคำตอบคงทราบกันดีอยู่แล้ว
.
ในฐานะที่กระแดะอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ ดังนั้นผมจึงทำการพิสูจน์โดยการรื้อคีย์บอร์ดออกมาดู ว่ามันเป็นจริงอย่างที่เขาลือกันหรือไม่! ปรากฏว่า มวลสารที่ผมค้นพบ มีดังต่อไปนี้
๑. เส้นผมคน
๒. เส้นขนคน
๓. เส้นขนแมว
๔. เศษขนมปัง :sneer:
๕. เศษอะไรไม่รู้สีดำๆเล็กๆ
๖. ผงฝุ่นสีขาวๆเทาๆ เอานิ้วปาดแล้ว…แหยะ :sweat:
ยังไม่พอครับ ผมเอาผ้าชุบน้ำแล้วลองเช็ดดูที่แป้นพิมพ์ พระเจ้า!! :omg: เผาผ้าทิ้งได้เลยครับ ดำมาก ดำกว่าผิวเจ้าเงาะช่องเจ็ดเสียอีก

และด้วยเหตุนี้เอง ผมว่าน้องหนูก้อนคงสกปรกพอกัน เอ้าเช็ดกันซะหน่อย :crush:

.
สุดท้ายหวังว่า คุณคงไม่เอาชักโครกมาพิมพ์งานกันนะ :devil:
.
.
ปล. สำหรับใครที่ขี้เกียจ แนะนำให้เอาชักโครกสีดำมาใช้แทน :thumbsup:
.
ขอบคุณ : ฟอนต์ Bluemoon_SemesterOpen
เคยสงสัยกันไหม ทำไมเค้าบอกกันว่า กินทุเรียนแล้วห้ามกินเหล้า หรือกินเหล้าแล้วห้ามกินทุเรียน
(มันก็เหมือนกันนี่หว่า :confused: ) นั่นแหละๆ
เคยได้ยินมาว่า มันเป็นของร้อนทั้งคู่ ซึ่ง…แล้วไง!?
มันไม่เป็นคำตอบที่กระจ่าง จำไมฟิสิกส์อย่างผมก็ไม่ถูกกับชีววิทยาซะด้วย
แต่ พระเจ้าคงเห็นในความดี(+หน้าตา+นิสัย)ของผม :smirk: เลยส่งตลกที่ผันตัวมาเป็นหมออย่างหมอแมว
มาไขข้อข้องใจให้กระจ่าง ว่า ผมจะท้องไหมครับ?
.

.
หนุ่ม : กินทุเรียนกับเหล้า จะเกิดอะไรขึ้นครับ?
หมอแมว : ทุเรียนไม่ควรกินกับเหล้าเนื่องจากทั้งสองตัวให้พลังงานสูงและมีการดูดซึมที่เร็ว ทุเรียนคือก้อนไขมันและก้อนคาร์โบไฮเดรต เหล้าให้พลังงานในแง่เดียวกับน้ำตาลแต่ร่างกายไม่ต้องย่อย ดูดซึมไปใช้ได้เลย
ผลก็คือ น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างมาก มีการย่อยสลายน้ำตาลที่เนื้อเยื่อต่างๆ(โดยเฉพาะที่กล้ามเนื้อและไขมัน)เพื่อนำไปเปลี่ยนเป็นไขมันและไกลโคเจนเก็บไว้ที่ตับ กระบวนการนี้จะทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูง ซึ่งปกติเกิดขึ้นอยู่แล้วในการย่อยอาหารทุกชนิด
หนุ่ม : แล้วทำไมกินสองอย่างพร้อมกันแล้วอันตราย?
หมอแมว : กลไกย่อยอาหารและเกิดความร้อน ถ้าเกิดสั้นๆ ก็ไม่เป็นไรครับร่างกายทนไหว แต่อาหารสองพวกนี้มีฤทธิ์ก็คือ
เหล้า
- มีพลังงานดูดซึมง่ายสูง แอลกอฮอล์สามารถดูดซึมผ่านทางเส้นเลือดได้ทันทีไม่ต้องย่อย
- ฤทธิ์ขยายหลอดเลือดและกระตุ้นหัวใจ ทำให้การดูดซึมดีขึ้นทุเรียน
- มีพลังงานจากน้ำตาล
- มีพลังงานจากไขมันและแป้ง ซึ่งไขมันให้พลังงานมากกว่าน้ำตาลสองเท่ากว่าๆในน้ำหนักเดียวกันผลที่ได้จากการกินก็คือ
ช่วงแรก ร่างกายได้พลังงานจากเหล้า
ช่วงที่สอง ร่างกายได้พลังงานน้ำตาลในทุเรียน
ช่วงที่สาม ได้พลังงานจากแป้ง
ช่วงที่สี่ ได้พลังงานจากไขมัน
ทั้ง ๔ ขั้นตอนโดนบีบอัดให้สั้นลงด้วยฤทธิ์กระตุ้นหัวใจและขยายหลอดเลือด และพลังงานที่ได้มักจะพอใช้ไปเป็นวันๆ เปรียบเหมือนปล่อยพลังที่ควรจะได้ใน ๑ วันมารวมไว้ในเวลา ๒ – ๓ ชั่วโมงสิ่งที่เกิดตามมาคือ การย่อยสลายสารพวกนี้ให้ความร้อนและเป็นกลไกที่ใช้น้ำ และคนกลุ่มนี้จะมีน้ำตาลในเลือดสูง น้ำตาลจะดึงน้ำออกมาจากร่างกายในรูปฉี่ คนปกติขาดน้ำจะฉี่ข้นและน้อย แต่คนกลุ่มนี้จะมีฉี่มากแม้ว่าร่างกายจะขาดน้ำ
ถ้ากินเหล้าและทุเรียนแล้วกินน้ำได้มากพอ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือรู้สึกร้อนไม่สบายตัว แต่ถ้ากินมาก แล้วเมาหลับไป ร่างกายจะขาดน้ำอย่างรุนแรง เมื่อถึงจุดหนึ่งสมองจะเสียน้ำมาก เกลือแร่ผิดปกติ สมองทำงานไม่ดี สลบ
และเมื่อสลบไม่มีใครพาไปรพ.ก็กินน้ำไม่ได้ ก็เลยตาย
สรุปว่า คนกินเหล้าและทุเรียน จะตายจากการขาดน้ำครับ :depressed:
.
ที่มา : คำถามที่ติดใจสงสัย แต่ไม่เคยถามหมอ – หมอแมว
๑. ไม่ทานอาหารเช้า หลายคนคิดว่าไม่ทานอาหารเช้า แล้วจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่นี้จะเป็นสาเหตุให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองเสื่อม
๒. กินอาหารมากเกินไป
จะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นสาเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น
๓. การสูบบุหรี่
เป็นสาเหตุให้เป็นโรคสมองฝ่อ
และเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์
๔. ทานของหวานมากเกินไป จะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีนและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหารและขัดขวางการพัฒนาสมอง
๕. มลภาวะ สมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกาย
การสูดเอาอากาศที่เป็นมลภาวะเข้าไปจะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อย
ส่งผลให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง
๖. การอดนอน เป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตายได้ ส่วนการนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อน
๗. นอนคลุมโปง
จะเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นและลดออกซิเจนให้น้อยลง
ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง
๘. ใช้สมองในขณะที่ไม่สบาย การทำงานหรือเรียนขณะที่กำลังป่วย
จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง
เหมือนกับการทำร้ายสมองไปในตัว
๙. ขาดการใช้ความคิด การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมอง
การขาดการใช้ความคิดจะทำให้สมองฝ่อ
๑๐. เป็นคนไม่ค่อยพูด ทักษะทางการพูดจะเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของสมอง
บางข้อไม่รู้เลยนะเนี่ย ทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว ยังไงก็อย่าลืมหันมาเอาใจใส่กันด้วยนะครับ สมองเป็นอวัยวะที่สำคัญ :queen:
พอดีไปเจอมา เลยเก็บมาฝากครับ
๑. กินกล้วยวันละ ๒ ใบ
ลดความเสี่ยงในการเกิดการเป็นลม เนื่องจากสมองขาดเลือดลงได้ ๒๐ %
๒. เปลี่ยนไส้แซนวิชของคุณจากแฮมเป็นปลาทูน่า
ลดอัตราการเกิดโรคหัวใจได้ ๒๕ %
๓. จูบลาแฟนคุณทุกเช้าและทักเธอทันทีเมื่อถึงบ้าน :kiss:
ทำชีวิตสมรสคุณให้ดีขึ้นภายใน ๑ สัปดาห์
๔. ลดการทำงานลงวันละ ๑ ชั่วโมง
จะช่วยชะลอการเสียชีวิตออกไป จากการศึกษาในประเมศญี่ปุ่นพบว่า
ผู้ชายที่ทำงานมากกว่า ๑๑ ชั่วโมงต่อวัน มีโอกาสหัวใจวายมากกว่าคนปกติที่ทำงานถึง ๒.๕ เท่า
๕. เดินไปส่งเอกสารให้เพื่อนร่วมงานแทนการส่งอีเมล
ช่วยลดน้ำหนักลงได้ ๐.๕ กิโลกรัมต่อปี
๖. หลังจากออกกำลังกายอย่างหนักให้ทานวิตามินซี
ลดความเสี่ยงในการเป็นหวัดลง ๕๐ %
๗. กินอาหารเช้าทุกวัน
ลดน้ำหนักได้ทันที ทั่วไปแล้วผู้ชายที่เว้นกินอาหารเช้าจะกินอาหารมากกว่านั้นในช่วงต่อมา
และมักจะเลือกอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันและคาร์โบไฮเดรต
๘. ดื่มน้ำเย็นวันละ ๔.๕ ลิตร ทุกวัน
ลดน้ำหนักลงได้ ๐.๕ กิโลกรัม ทุกๆเดือน
๙. เหยียดขาของคุณออกไปเต็มที่ ค้างไว้ ๓๐ วินาที
ในหนึ่งวันมากกว่า ๕ ครั้ง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงความสามารถในการยืดหยุ่นอีก ๓๗ %
๑๐. กินแอปเปิ้ลวันละ ๒ ลูก
ลด ๔.๕ กิโลกรัม ได้ภายใน ๑ ปี เส้นใยอาหารในแอปเปิ้ลช่วยในการลดน้ำหนัก
.
ปล.ชอบข้อสาม แต่ไม่มีโอกาส :dead: