นิตยสารรายเดือนสะดวก ฟ้อนสุดฯ เล่ม๑ : ความรัก

หลายคนคงเคยอ่านเคยโหลด นิตยสารทางอินเตอร์เนต ไม่ว่าจะเป็น อี-บุ๊ค(E-Book) หรือ อี-แม็กกาซีน(E-Magazine) กันมาบ้างแล้ว แต่วันนี้ผมขอเสนอ อี-แม็กกาซีน หน้าใหม่ ไฉไล และรั่วสุดๆ นาม ฟ้อนสุดฯ

Download F0ntsud Magazine

ฟ้อนสุดฯ นิตยสารรายเดือนสะดวก (ทำไมถึงรายเดือนสะดวก อ่านไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็รู้เอง) ที่ชาวฟ๐นต์ร่วมกันสร้างสรรค์เข็นกันออกมา หลายต่อหลายคนคงเคยรู้จัก เว็บฟ๐นต์ ในนามเว็บที่ปล่อยฟอนต์ภาษาไทยให้โหลดกันฟรีๆ ที่ว่ากันว่าดีที่สุดในจักรวาลกราฟิกเมืองไทย ซึ่งหลังร้านนั้นจะมีชุมนุมชนออนไลน์ ที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายและหลากหลาย

ลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งที่สังเกตได้เลยของบอร์ดฟ๐นต์
มันคือสังคมจริงๆ นั่นแหละครับ แต่ละคนพอเข้ามาก็ต้องแนะนำตัวเองก่อน
พอรู้จักหน้าตากันแล้วก็ตามด้วยการพูดคุยกันเหมือนๆ กับเว็บบอร์ดทั่วไป
อาจจะต่างกันนิดหน่อยที่ความหลากหลายของคนในบอร์ด
คือวงการฟอนต์เนี่ย มันไม่มีอย่างเป็นการเป็นงานในวงกว้างไงครับ
ดังนั้นคนที่สนใจไอ้ตัวฟอนต์เนี่ย อาจจะสนใจที่จะดาวน์โหลดไปใช้ หรือสนใจการออกแบบ
ซึ่งแค่นับกลุ่มผู้ใช้กับผู้ออกแบบ และเพื่อนฝูงของคนสองกลุ่มนี้
มันก็สร้างความหลากหลายทางชีวภาพของประชากรชาวฟ๐นต์ได้มากพอดู
มีหมดแหละทั้ง ทหาร หมอ นักวิทยาศาสตร์ นักเรียนประถม มัธยม มหาลัย ครูอาจารย์
นักออกแบบ พนักงานบริษัท คนเขียนการ์ตูน นักการเมือง! ..ไม่เว้นแม้แต่คนตกงาน

จาก iannnnn.com

ด้วยความบ้าส่วนตัวและว่าง(ตรงไหน?) ผมอุตริคิดว่าอยากจะทำอี-แม็กฯรวบรวมข่าวสารและความเป็นไปของเพื่อนๆในรุ่น

ทำไปทำมาจู่ๆ น้องเดือนก็ประกาศเจตนารมณ์ในบอร์ดฟ๐นต์ว่า “อยากทำนิตยสารฟ๐นต์ค่ะ” โอ้ พระเจ้า เข้าทางผมพอดีเลย ผมจึงไม่ลังเลใจที่จะเข้าร่วมในปฏิบัติการล่าฝันของน้องเค้าครับ :angel:

โครงการนี้ บ.ก.เดือนบอกแค่ว่า ตีมของเล่มคือ “ความรัก” แค่นั้นครับ จากนั้นแต่ละคนก็ลุยกันไปตามมีตามเกิด ซึ่งทีแรกบ.ก.(ที่เหมาเอาเองว่าน่ารักที่สุดในสยามประเทศ) กะว่าจะทำไว้ให้อ่านกันเองเล่นๆสนุกๆเฉพาะสาวกฟ๐นต์เท่านั้น แต่ไปๆมาๆยอดดาวน์โหลดกลับมีมากถึง ๒๐,๐๐๐+ ครั้ง(๑๙/๐๒/๒๕๕๑) แล้วนะจะบอกให้ โอ้วววววว……… 8O

นับคนก็ประมาณสองพันคนครับ
แต่ถ้านับ hit ทั้งหมดก็สองหมื่นกว่า

จาก icez (ขอบคุณไอซ์สำหรับพื้นที่ปล่อยของ) :thumbsup:

ทำไมมันถึงเยอะขนาดนั้นล่ะ อยากรู้ไหม? ในฐานะหน้าหมา เอ้ย หน้าม้า ผมขอเชิญชวนให้ไปโหลดมาอ่านกันเถอะครับ โหลดที่นี่ครับ

สุดท้าย นิตยสารเล่มนี้จะเสร็จสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อ ผู้อ่านได้ทำแบบประเมินหลังการอ่านครับ เพื่อที่ทีมงานจะได้นำเอาไปเป็นทุนในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปครับ ถ้าพร้อมแล้ว ร่วมทำแบบประเมินที่นี่ครับ

.

ปล.ที่หายไปพักนึง เพราะผมไปอีรุงตุงนังกับเค้าด้วยนี่แหละครับ ถึงงานจะเหนื่อย และไม่ได้ค่าขนมเลยสักแดง แต่สิ่งที่ได้กลับมา มันมีค่ามากกว่าค่าขนมหลายสิบล้านเท่าเลยครับ :fairy:

อัจฉริยะสร้างได้

วันนี้อยากจะแนะนำหนังสือดีๆสักเล่ม จากสำนักพิมพ์redครับ (ในเครือสำนักพิมพ์สามสี)
อัจฉริยะสร้างได้” ของผู้เขียน คุณวนิษา เรซ หรือ คุณหนูดี ปริญญาโทด้านสมอง
จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และผู้ชนะล้านที่ ๑๕ รายการ “อัจฉริยะข้ามคืน
และอื่นๆอีกมากมาย (เก่งจัง :thumbsup: )

อัจฉริยะสร้างได้ - ปกแบบที่หนึ่งอัจฉริยะสร้างได้ - ปกแบบที่สอง …ปกมีอยู่ ๒ แบบครับ …

หนอนหนังสือหลายคนคงไม่พลาดที่จะมีไว้ครอบครองและคงได้อ่านกันแล้ว แต่สำหรับบางคนที่ยังไม่รู้หรือยังลังเลอยู่ ผมบอกได้เลยครับว่า คุ้มค่ามากๆ ฟันธง! :fairy:

คำว่า “อัจฉริยะ” มีคนหลายคนหรือเกือบทุกคนใฝ่ฝันที่จะเป็น แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่กล้าที่จะเป็นหรือไม่พยายามที่จะเป็น เพียงเพราะคำนิยามที่พวกเขาสร้างขึ้นมาปั่นหัวตัวเองเล่นว่า อัจฉริยะต้องเก่งโคตร อัจฉริยะต้องรู้มันซะทุกเรื่องทุกอย่าง หรืออัจฉริยะต้องประสบความสำเร็จก่อน ไอ้เรามันก็แค่หางอึ่ง จะเอาอะไรมากมาย เฮ้อ วันหลังแล้วกัน วันนี้ไม่มีอารมณ์… :grr:

หนังสือเล่มนี้เป็นยา(ล้างสมอง)ชั้นดี สำหรับใครที่มีความคิดเหมือนข้างต้นครับ ยาเล่มนี้ไม่ขมเหมือนตำราวิชาการ แต่ยาเล่มนี้อร่อย พอๆกับการนั่งกินขนมคุยกันกับเพื่อนฝูง (ใช้คำว่าฝูงแล้วแปลกๆเนอะ :confused: )

(ข้อความจากในหนังสือ) :nerd:

ทฤษฎีพหุปัญญา หรือ Theory of Multiple Intelligences กล่าวไว้ว่า…
“มนุษย์เรามีอัจฉริยภาพอย่างน้อยแปดด้าน และในคนหนึ่งคนก็มีครบทั้งแปดด้าน เพียงแต่ว่า จะมีบางด้านที่เด่นกว่าด้านอื่น ซึ่งขึ้นอยู่กับกายภาพของคนเรา และสภาพแวดล้อมของการฝึกฝน…”

แล้วแปดด้านนั้นมีอะไรบ้างล่ะ? ผมไม่บอกหรอกครับ ไปยืน(แอบ)อ่านตามร้านหนังสือกันเอาเอง หรือไม่ก็ซื้อซะเลย นอนตีพุงอ่านสบายกว่ากันเยอะ :cheerful:

แล้วคุณจะพบว่า คุณก็สามารถเป็นอัจฉริยะได้ เพราะ “อัจฉริยะสร้างได้

อัจฉริยะสร้างได้ เคล็ดลับพัฒนาอัจฉริยภาพ ๘ ด้าน เพื่อก้าวสู่ความเป็นอัจฉริยะ
ผู้เขียน : วนิษา เรซ
พิมพ์ครั้งแรก : มิถุนายน ๒๕๕๐
สำนักพิมพ์red (ในเครือสำนักพิมพ์สามสี)

.

ปล. ชาวบ้านชาวช่องเค้าอ่านจบกันไปหลายรอบแล้วแน่เลย เพิ่งเอามาแนะนำ เชยจริงๆ :depressed:

ไล่ตงจิ้น : Lai Dong Jin

เนื่องจากคอมฯเจ๊งบ๊งเมื่อหลายวันก่อน ชีวิตประจำวันหลังเลิกงานของผมเลยว้างว่าง ว่างจริงๆ ว่างซะจนไม่รู้จะทำอะไรดี หันไปหันมาในห้องสี่เหลี่ยมสีครีมๆ เห็นกองหนังสืออยู่กองหนึ่ง เลยลองไปคุ้ยดู (ใช้คำว่าคุ้ย จะรู้สึกเป็นระเบียบกว่าคำว่ารื้อน่ะ :sweat: ) แล้วก็ต้องตกตะลึงในความขี้เกียจของตัวเอง เมื่อพบว่ามีหนังสืออยู่อีกหลายเล่ม และนิตยสารอีกหลายฉบับที่ยังไม่ได้แตะเลย บางเล่มอ่านแค่คำนำเอง ซึ่งบ่งบอกถึงความหล่อของเจ้าของได้เป็นอย่างดีทีเดียว

ที่เกิ่นมาซะเยิ่นเย้อหลายบรรทัด เพราะต้องการจะแนะนำหนังสือดีๆ ให้เพื่อนๆได้หามาอ่านกัน วันนี้ภูมิใจเสนอ “ไล่ตงจิ้น ลูกขอทาน ผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิตสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์ (ที่ผมมีคือเล่มที่พิมพ์ครั้งที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๔๙) ชื่อภาษาฝรั่ง “Begger Child” (แปลว่า ลูกขอทาน ตรงตัวเป๊ะ) ราคา ๑๖๕ บาท เอาน่า อย่างกไปหน่อยเลย เจียดเงินซื้อเหล้าแค่ครั้งสองครั้งก็ได้แล้ว แลกกับหนังสือดีๆสักเล่ม คุ้มออกจะตาย

แต่ผมไม่มีความสามารถที่จะเขียนวิจารณ์หนังสือ ไม่งั้นคงรวยไปนานแล้ว ฉะนั้นเลยขอหยิบยกเอาข้อความบางส่วนในหนังสือมาโฆษณาชวนซื้อแทนก็แล้วกัน เริ่มเลยนะ จะได้ไม่เสียเวลา

ไล่ ตง จิ้น

(จากปกหน้า)

อัตชีวประวัติของอดีตขอทานที่ทุกคนเคยเย้ยหยัน มีพ่อตาบอด แม่กับน้องชายคนโตปัญญาอ่อน
ทั้งหมด ๑๔ ชีวิตที่เขาต้องเลี้ยงดู เขาต่อสู้กับชีวิตจนได้เป็น “บุคคลดีเด่นของไต้หวัน”
เพราะใจที่…ไม่ยอมแพ้ เพียงคำเดียว

ยังไม่สะกิดใจใช่ไหม? งั้นจัดให้อีกชุดใหญ่ๆ (อันนี้จากปกหลัง)

ในปีที่ผมอายุได้เจ็ดขวบ วันนั้นพายุโหมพัดแรงตั้งแต่เช้าตรู่ยันเย็นค่ำ…
เมื่อไม่มีอะไรตกถึงท้องนานติดกันสองมื้อ แม่กับน้องๆทนหิวไม่ไหวร้องไห้อาละวาด
ผมลุกพรวดขึ้น ฝ่าลมออกไปขอทาน ผู้คนต่างพากันปิดหน้าต่างประตูบ้านช่องแน่นหนา
ผมได้แต่ฝืนเดินไปเคาะประตูบ้านแล้วบ้านเล่า…

ไล่ตงจิ้นเร่ออกขอทานท่ามกลางพายุฝน ผ่านคืนวันอันหนาวเหน็บ
เพียงเพื่อให้ ๑๔ ชีวิตอยู่รอดต่อไป หลายครั้งที่ไม่ได้อะไรเลย
เขาถึงกับต้องแย่งข้าวหมากิน ดื่มน้ำในท้องร่อง…

เพราะการไปเรียนหนังสือกินเวลาของผมไปเกือบทั้งวัน พอถึงเวลาออกไปขอทานตอนกลางคืน
จึงต้องแข็งขันกว่าเดิมอีกหลายเท่า… พ่อนั่งดีดพิณ ร้องเพลงไป
ผมนั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆพร้อมกับทำการบ้าน โดยอาศัยแสงไฟริบหรี่จากเสาไฟข้างถนน

ระยะเวลาหกปีที่เรียนอยู่ชั้นประถม เขาได้รับประกาศเกียรติคุณทั้งหมดมากกว่า ๘๐ ใบ
ทุกรายการเขาได้ที่ ๑ รางวัลเป็นพลังอย่างเดียวที่ผลักดันให้เด็กที่มี “ชีวิตสวะ” คนหนึ่ง
มีกำลังใจที่จะต่อสู้กับชีวิตอย่างกล้าหาญต่อไป

ใบประกาศเกียรติคุณแผ่นบางๆ เทียบไม่ได้กับอาหารที่เขาขอทานมาได้สักมื้อ

เกียรติยศเทียบอะไรไม่ได้กับการหาที่ซุกหัวนอน ที่พอจะใช้กันแดดบังฝนให้คนทั้งครอบครัว

แต่แล้วเรื่องร้ายๆที่คอยจะทำลายให้เขาล้มลง กลับทำให้เขาเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม

เห็นไหม น่าซื้อออก
ส่วนใครที่อ่านแล้วก็มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ

ไล่ตงจิ้น ลูกขอทานผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต
ผู้เขียน : Lai Dong Jin
ผู้แปล : วิลาวัลย์ สกุลบริรักษ์
พิมพ์ครั้งที่ ๑ : มิถุนายน ๒๕๔๘ สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์