๖๖ ของใช้ไอเดียบรรเจิดจากญี่ปุ่น

ได้เมลมาจากเพื่อน ประจวบกับไปอ่านเจอใน Adverblog พอดี
๖๖ ข้าวของเครื่องใช้ของญี่ปุ่นเค้าที่ฮิตๆกัน บางอย่างไอเดียง่ายๆ แต่โดนมากๆ ไปดูกันเถอะ
(คลิ๊กที่ภาพเพื่อดูภาพใหญ่นะครับ ขออภัยในความไม่สะดวก เพราะขนาดมันกว้างเกินกว่าบล็อกผมจะรับได้ :sweat: )

๑ - ๙๑๐ - ๑๘

๑๙ - ๓๐๓๑ - ๔๒
๕๕ - ๖๖๔๓ - ๕๔

เจ๋งดีนะครับ เปิดไอเดียได้อีกเยอะเลย :thumbsup:

ไร้สาระนุกรมเสรี : อันไซโคลพีเดีย

ไร้สาระนุกรมเสรี

Uncyclopedia

ไร้สาระนุกรมเสรีสร้างโดยชุมชนออนไลน์ ในลักษณะเป็นไร้สารานุกรมที่ต้องเป็นสรุปเรื่องราวที่ ตลกขำขัน หรือ บิดเบือนสิ่งต่างๆจากข้อเท็จจริง ซึ่งแตกต่างจากการเขียนเรียงความ การเขียนข่าว การเขียนรายงานทางวิชาการ หรือกระทั่งการเขียนบทความในวิกิพีเดีย เว็บอีกด้านของเว็บสาระนุกรมเสรีระดับโลกอย่าง วิกิพีเดีย โดยสามารถเข้าไปร่วมอ่าน ร่วมเขียน ร่วมแก้ไข อะไรได้หมด แต่มีข้อแม้ว่าข้อมูลต้อง มีลักษณะเป็นเรื่องแต่งขึ้น เรื่องล้อเลียน และเรื่องขำขัน ตามจุดประสงค์ของผู้จัดทำ เป็นไงล่ะ แค่นึกก็สนุกแล้ว

ผมลองแวะเข้าไปอ่านดูตามที่ใจอยาก ปรากฏว่า ไม่ได้อะไรเลยครับ จริงๆ
นอกจากความฮาอย่างเดียว เช่น กฏของเมอร์ฟี่, ด็อกโน้ต, สนามบินสุวรรณพัง

สรุป ผมว่ามันไม่ไร้สาระ สำหรับคนที่ไร้สาระครับ

เพื่อความสะดวก ผมเลยใจดีทำลิงค์ทางลัดมาให้ครับ
– สำหรับเด็กบางมด ที่นี่
– คนที่ชอบการ์ตูน นี่เลย
– สำหรับคนไทยทั้งหลาย นี่

รูป : ไร้สาระนุกรมเสรี
ข้อมูล : เมษา ที่แนะนำมาทางเมล ขอบคุณครับ

ถ้าไฟกลายเป็นน้ำ

แวบไปอ่านที่ Jennessa มา เจอนี่

แปลกและงามมาก มีอีกหลายภาพที่ BoredStop
ซึ่งเป็นภาพจากบริษัท Platinum ครับ แปลกๆสวยๆทั้งนั้น
ลองแวะเข้าไปดูครับ ได้ไอเดียใหม่ๆเยอะเลย

อ้างอิงจาก : Jennessa Blog
รูปภาพจาก : BoredStop.com

ไล่ตงจิ้น : Lai Dong Jin

เนื่องจากคอมฯเจ๊งบ๊งเมื่อหลายวันก่อน ชีวิตประจำวันหลังเลิกงานของผมเลยว้างว่าง ว่างจริงๆ ว่างซะจนไม่รู้จะทำอะไรดี หันไปหันมาในห้องสี่เหลี่ยมสีครีมๆ เห็นกองหนังสืออยู่กองหนึ่ง เลยลองไปคุ้ยดู (ใช้คำว่าคุ้ย จะรู้สึกเป็นระเบียบกว่าคำว่ารื้อน่ะ :sweat: ) แล้วก็ต้องตกตะลึงในความขี้เกียจของตัวเอง เมื่อพบว่ามีหนังสืออยู่อีกหลายเล่ม และนิตยสารอีกหลายฉบับที่ยังไม่ได้แตะเลย บางเล่มอ่านแค่คำนำเอง ซึ่งบ่งบอกถึงความหล่อของเจ้าของได้เป็นอย่างดีทีเดียว

ที่เกิ่นมาซะเยิ่นเย้อหลายบรรทัด เพราะต้องการจะแนะนำหนังสือดีๆ ให้เพื่อนๆได้หามาอ่านกัน วันนี้ภูมิใจเสนอ “ไล่ตงจิ้น ลูกขอทาน ผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิตสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์ (ที่ผมมีคือเล่มที่พิมพ์ครั้งที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๔๙) ชื่อภาษาฝรั่ง “Begger Child” (แปลว่า ลูกขอทาน ตรงตัวเป๊ะ) ราคา ๑๖๕ บาท เอาน่า อย่างกไปหน่อยเลย เจียดเงินซื้อเหล้าแค่ครั้งสองครั้งก็ได้แล้ว แลกกับหนังสือดีๆสักเล่ม คุ้มออกจะตาย

แต่ผมไม่มีความสามารถที่จะเขียนวิจารณ์หนังสือ ไม่งั้นคงรวยไปนานแล้ว ฉะนั้นเลยขอหยิบยกเอาข้อความบางส่วนในหนังสือมาโฆษณาชวนซื้อแทนก็แล้วกัน เริ่มเลยนะ จะได้ไม่เสียเวลา

ไล่ ตง จิ้น

(จากปกหน้า)

อัตชีวประวัติของอดีตขอทานที่ทุกคนเคยเย้ยหยัน มีพ่อตาบอด แม่กับน้องชายคนโตปัญญาอ่อน
ทั้งหมด ๑๔ ชีวิตที่เขาต้องเลี้ยงดู เขาต่อสู้กับชีวิตจนได้เป็น “บุคคลดีเด่นของไต้หวัน”
เพราะใจที่…ไม่ยอมแพ้ เพียงคำเดียว

ยังไม่สะกิดใจใช่ไหม? งั้นจัดให้อีกชุดใหญ่ๆ (อันนี้จากปกหลัง)

ในปีที่ผมอายุได้เจ็ดขวบ วันนั้นพายุโหมพัดแรงตั้งแต่เช้าตรู่ยันเย็นค่ำ…
เมื่อไม่มีอะไรตกถึงท้องนานติดกันสองมื้อ แม่กับน้องๆทนหิวไม่ไหวร้องไห้อาละวาด
ผมลุกพรวดขึ้น ฝ่าลมออกไปขอทาน ผู้คนต่างพากันปิดหน้าต่างประตูบ้านช่องแน่นหนา
ผมได้แต่ฝืนเดินไปเคาะประตูบ้านแล้วบ้านเล่า…

ไล่ตงจิ้นเร่ออกขอทานท่ามกลางพายุฝน ผ่านคืนวันอันหนาวเหน็บ
เพียงเพื่อให้ ๑๔ ชีวิตอยู่รอดต่อไป หลายครั้งที่ไม่ได้อะไรเลย
เขาถึงกับต้องแย่งข้าวหมากิน ดื่มน้ำในท้องร่อง…

เพราะการไปเรียนหนังสือกินเวลาของผมไปเกือบทั้งวัน พอถึงเวลาออกไปขอทานตอนกลางคืน
จึงต้องแข็งขันกว่าเดิมอีกหลายเท่า… พ่อนั่งดีดพิณ ร้องเพลงไป
ผมนั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆพร้อมกับทำการบ้าน โดยอาศัยแสงไฟริบหรี่จากเสาไฟข้างถนน

ระยะเวลาหกปีที่เรียนอยู่ชั้นประถม เขาได้รับประกาศเกียรติคุณทั้งหมดมากกว่า ๘๐ ใบ
ทุกรายการเขาได้ที่ ๑ รางวัลเป็นพลังอย่างเดียวที่ผลักดันให้เด็กที่มี “ชีวิตสวะ” คนหนึ่ง
มีกำลังใจที่จะต่อสู้กับชีวิตอย่างกล้าหาญต่อไป

ใบประกาศเกียรติคุณแผ่นบางๆ เทียบไม่ได้กับอาหารที่เขาขอทานมาได้สักมื้อ

เกียรติยศเทียบอะไรไม่ได้กับการหาที่ซุกหัวนอน ที่พอจะใช้กันแดดบังฝนให้คนทั้งครอบครัว

แต่แล้วเรื่องร้ายๆที่คอยจะทำลายให้เขาล้มลง กลับทำให้เขาเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม

เห็นไหม น่าซื้อออก
ส่วนใครที่อ่านแล้วก็มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ

ไล่ตงจิ้น ลูกขอทานผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต
ผู้เขียน : Lai Dong Jin
ผู้แปล : วิลาวัลย์ สกุลบริรักษ์
พิมพ์ครั้งที่ ๑ : มิถุนายน ๒๕๔๘ สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์