เกลียดนัก…ที่รักเธอ

เวลาไปร้านขายหนังสือในห้าง มันจะมีหนังสืออยู่ประเภทหนึ่ง (เค้าเรียกกันว่า นิยาย หรือเปล่า? :confused: ) ที่หน้าปกเป็นรูปหนุ่มๆสาวๆหล่อๆสวยๆ ผมก็นึกสงสัยอยู่ว่าเนื้อหาข้างในเป็นอย่างไร พอลองหยิบอ่าน เออแฮะ เหมือนกับอ่านเรื่องย่อละครในหน้าหนังสือพิมพ์เลย :S

และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสหยิบมันขึ้นมาอ่านจนจบ ๑ เล่มเต็มๆ พออ่านแล้วอารมณ์คล้ายๆดูละครหลังข่าวเลย สนุกดี อ่านเรื่อยๆเพลินๆดีเหมือนกัน มิน่าล่ะ พวกผู้หญิงถึงชอบอ่านกัน

แล้วทำไมผมถึงไปอ่านมันล่ะ ทั้งๆที่หนังสือประเภทนี้ ไม่ค่อยที่จะถูกสเปกของเหล่าๆผู้ชายสักเท่าไหร่ (ถ้ามีภาพประกอบหวือๆหวาๆก็ว่าไปอย่าง :P: )

เหตุผลเพราะว่า เพื่อนผมมันเป็นคนเขียนน่ะสิ!! … ฮี่กับๆ ฮี่กับๆ :weird:

เกลียดนักที่รักเธอ
(อ่ะ เอารูปขนาดเป้งๆไปดูเลย)

พนาสินค่ะ นักเขียนหน้าใหม่ จากคำทักทายก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นผู้หญิงจริงๆ ไม่ใช่กะเทียม
แม้ชื่อจะแมน แล้วเด็กข้างบ้านยังชอบทำหน้าสงสัย ถามแม่ประจำว่า “พี่เค้าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” (แง่ม! ไอ้เด็กเวร เดี๋ยวงับหัวซะเลย :grr: )

ส่วนหน้าตาก็ใช้ได้ พิมพ์เดียวกันกับนางเอกนิยายของตัวเองเดี๊ยะ (ห้ามอ้อก ต่ายขอ
:yawn: ) เคยฝันอยากเป็นเด็กขัดสตั๊ดให้แม็กก้า แต่ฝันสลายทำไม่สำเร็จ เพราะแม็กก้าแวนสตั๊ดไปซะก่อน (เศร้า :cry: ) เลยหันมาจับปากกา บอกเล่าชิวิตจริงของตัวเองผ่านตัวหนังสือแทน

แรงบันดาลใจเหรอ คงเพราะนิสัยรักการอ่านมาตั้งแต่เด็กนั่นแหละ อ่านดะ บ่ยั่น หนังสือทุกประเภท (เว้นหนังสือเรียน) แล้วยิ่งมาเรียนฟิสิกส์ ได้ยินรุ่นพี่คนนึงบอกว่า จบฟิสิกส์ทำอะไรก็ได้ ทุกอย่าง เชื่อ เลยจับปากกาเป็นนักเขียนซะเลย :nerd:

ส่วนสไตล์การเขียน ก็หวานใส โรแมนติก ใกล้เคียงชีวิตจริงนั่นแหละ ง่ายดี ไม่ต้องติดไปไกล เขียนไป ก็อมยิ้มไป หวังว่าคนอ่านจะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน :oops:

สุดท้าย อาจจะเป็นงานเขียนที่ไม่ได้ให้ข้อคิดอะไรมากมาย นอกจากความเย็นฉ่ำ ชื่นมื่น ในหัวใจเท่านั้นเอง :crush:

รักและขอบคุณ :heart:
เพื่อนๆ และนักอ่านทุกท่าน

.

โทษฐานที่เป็นสาวกหงส์เหมือนกัน (แต่ถามมันจริงๆ มันไม่รู้จักใครเลย นอกจากไอ้อ้วนหัวหยิกที่ชื่อ แม็กก้า 555) เลยอุดหนุนซะหน่อย

ส่วนใครที่นิยมชมชอบหนังสือประเภทนี้อยู่ รบกวนหนังสือดีๆ เกลียดนักที่รักเธอ ซักเล่มสองเล่ม ใครซื้อเกินสิบเล่ม นักเขียนบอกว่าจะพาไปเลี้ยงข้าวขาหมู ๒ จาน!

.

.

ปล. เชื่อหรือยังว่าจบฟิสิกส์แล้วทำได้ทุกอย่าง … ยกเว้นประโยชน์ :D: :D:

หนอนหนังสือ

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ผมมีตู้อยู่ใบหนึ่ง ตู้ใบนี้ไม่ได้มีไว้ซักผ้า หรือแช่ผักแช่ปลา แต่เอาไว้ใช้เก็บหนังสือ ครับ มันคือตู้เก็บหนังสือ (ห่า บอกตั้งแต่แรกก็รู้แล้ว :sneer: )

หนังสือภายในตู้นี้ แบ่งเป็นสัดส่วนตามสันดานของเจ้าของได้เป็น หนังสืออ่านเล่น ๕ %, หนังสือวิชาการ+อ้างอิง ๑๐ %, หนังสือคอมฯ ๒๐ %, หนังสือการ์ตูน ๘๐ % และหนังสือโป๊อื่นๆอีก ๕ % (๑๒๐ % พอดีเป๊ะ!)

และในทุกๆวัน ผมต้องเปิดตู้นี้วันละหลายๆครั้ง เพราะผมดันเอากระเป๋าตังค์, กุญแจรถ, กระปุกออมสิน ฯลฯ วางแปะเก็บไว้ในนี้

.

ซึ่งเมื่อวานเย็น หลังจากกลับมาจากข้างนอก ตามสูตร ผมจัดแจงเก็บของต่างๆเข้าในตู้ตามปกติ และระหว่างนั้นสายตาก็มองดูเหล่าหนังสือต่างๆที่วางตัวเรียงกันเป็นแถวๆไปด้วย พลางคิดว่า อืม คืนนี้น้องคนไหนจะอ่านหนังสือให้ป๋าฟังก่อนนอนน๊าาา… อ๊ะ ฮันเตอร์เบอร์ ๒๕ น้องใหม่ (เพิ่งซื้อมาเมื่อห้าหกวันก่อน) เสร็จป๋า :crush:

(มัน(ส์)มากครับ พวกกอร์นกำลังบุกเข้าวังราชา ลุงเนเทโล่ก็มาอย่างเซียน เล่มหน้าซัดกันนัวแน่ๆ)

.

.

วันรุ่งขึ้น ตื่นมาก็อาบน้ำ กินข้าวตามปกติตอนสายๆ นั่งทำงานก๊อกๆแก๊กๆจนถึงเที่ยง กินข้าวกลางวันเสร็จ เออ วันนี้ต้องไปคุยงานที่บ้านเพื่อนนี่หว่า ว่าแล้วก็คว้าเสื้อแจ็กเก็ต พร้อมเปิดตู้หมายเอากุญแจรถเฟอรารี่ ทันใดนั้น!!

สายตาก็เหลือบไปเห็นหนังสืออะไรแปลกๆ สันสีขาวๆ ไม่มีชื่อกำกับ จึงหยิบออกมาดูหน้าปก อ้าว ไนน์ไลฟ์สนี่ ทำไมสันหาย!

ระหว่างที่สมองกำลังนึกสงสัยอยู่นั้น มือก็พลันพลิกไปยังปกหลัง เฮ้ยยยยย!!!!!!!!

.

.

.

ปลวกแดก!! :mad:

.

.

มันกินไปแค่นิดเดียวครับ โชคดีที่เห็นก่อน ต้องขนหนังสือทั้งหมดออกมาตากแดด เหนื่อยเลย

หนอนหนังสือ๑

.

สภาพผู้เสียหาย

หนอนหนังสือ๒

.

เป็นไงเล่า โดนพลังสุริยันเข้าไป นี่แหละครับ ประโยชน์ของแสงแดดอีกข้อนึง

หนอนหนังสือ๓

.

แต่ชีวิต มันไม่ง่ายดาย เลยซักนิด :cry:

หนอนหนังสือ๔

.

.

.

ปล. ตอนขนหนังสือออกไปตากแดดแอบหน้ามืดด้วย :dead:

ถั่วงอกอิมโพรไวส์หัวไฟเก้าชีวิต

ดองบล๊อกจนเปรี้ยวได้ที่ วันนี้ขอเสนอตัวแนะนำหนังสือดีๆน่าอ่านซัก ๓ เล่มครับ แท่ม-แทม-แท๊ม~

ถั่วงอกและหัวไฟ, Improvise, Nine Lives

Beansprout & Firehead (ถั่วงอกและหัวไฟ)
เล่มแรกนี้สร้่างปรากฏการณ์ให้กับวงการหนังสือบ้านเราเป็นอย่างมาก เพราะความแปลกและใหม่ พอได้อ่านแล้วก็รู้สึกได้ว่า เฮ้ย! เจ๋งว่ะ ทั้งสำนวนทั้งภาพประกอบ เยี่ยมมากๆ ในเล่มเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางผจญภัยของเด็กกำพร้า ๒ คน ถั่วงอก กับ หัวไฟ และ หมาน้อยบุบบิบอีก ๑ ตัว :yawn:

ลายเส้นและเรื่องราวอันแปลกประหลาดของ “การ์ตูนก็ไม่ใช่ นิยายก็ไม่เชิง” เล่มนี้ อาจไม่เข้าข่ายอยู่ในสูตรหนังสือขายดีแห่งปีปัจจุบัน ไม่ใช่ว่าหนังสือประเภทนี้ไม่ดี ผมว่าแนวนี้มันไม่ค่อยจะมีมากกว่า ในเมื่อไม่ค่อยจะมีผู้อ่านรู้จัก ก็ควรจะมีคนแนะนำให้รู้จัก และดูเหมือนทรงศีลเต็มใจที่จะทำหน้าที่นั้น
ทรงกลด บางยี่ขัน

.

Improvise (อิมโพรไวส์)
เล่มต่อมาเป็นหนังสือการ์ตูนครับ ผมคิดว่าอย่างนั้น ภาพข้างในดิบ-หยาบ ซึ่งเข้ากันได้ดีกับเนื้อเรื่องภายในที่ชวนหดหู่ บรรยากาศมืดๆทึมๆ แต่แฝงไปด้วยความคิดมากมายในมุมมองอีกด้านหนึ่งของชีวิตจริง ในเล่มอาร์ตเวิร์กเท่ดี ตัวละครในแต่ละตอนก็มีเอกลักษณ์ โอ้ย! เด็ดครับ :thumbsup:

หนังสือเล่มนี้ดึงสิ่งที่อยู่ใกล้ๆฉัน สิ่งที่ฉันปรารถนา และสิ่งที่อยู่ข้างในตัวฉัน ออกมาเป็นตัวหนังสือและรูปภาพที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์แต่ก็คุ้นเคยอย่างประหลาด เกือบทุกหน้าที่ฉันอ่าน เหมือนไม่ใช่แค่กระดาษเปื้อนหมึก แต่เป็นกระดาษที่เปื้อนจิตวิญญาณของผู้เขียน และของผู้อ่าน
– โคลเวอร์ –

.

Nine Lives (ไนน์ไลฟ์ส)
ผลพวงจากสองเล่มที่ผ่านมา เมื่อหนังสือเล่มนี้ออก ผมไม่ลังเลใจเลยที่จะซื้อหามาไว้ในครอบครอง เล่มนี้เป็นการรวมเรื่องสั้น ๔ เรื่องที่มีตัวเอกเป็นแมวทั้งหมด แต่ละเรื่องอ่านแล้วรู้สึกว่ามันจะเป็นนิทานนะ คำเขียนข้างในบรรยายความรู้สึกและบรรยากาศออกมาได้ดีมากๆ ทีแรกนึกว่าจะมาแนวๆเดียวกับสองเล่มก่อน ผิดคาด คนละเรื่องกันเลย แต่ยังคงมีสไตล์และเอกลักษณ์เหมือนเดิม ชอบว่ะ :P

แค่ดูภาพประกอบข้างในก็คุ้มแล้วเว้ยเฮ้ย
iNhumBa

.

ทั้งสามเล่มข้างบนที่ผมได้แนะนำไปนั้น ทั้งหมดเป็นผลงานของคุณทรงศีล ทิวสมบุญ คนไทยฝีมือเยี่ยมๆอย่างนี้ น่าสนับสนุนนะครับ

.

.

ปล. ถั่วงอกและหัวไฟ เล่มสอง ผู้เขียนบอกกำลังเขียนอยู่ครับ เย่ :eek:

อัจฉริยะสร้างได้

วันนี้อยากจะแนะนำหนังสือดีๆสักเล่ม จากสำนักพิมพ์redครับ (ในเครือสำนักพิมพ์สามสี)
อัจฉริยะสร้างได้” ของผู้เขียน คุณวนิษา เรซ หรือ คุณหนูดี ปริญญาโทด้านสมอง
จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และผู้ชนะล้านที่ ๑๕ รายการ “อัจฉริยะข้ามคืน
และอื่นๆอีกมากมาย (เก่งจัง :thumbsup: )

อัจฉริยะสร้างได้ - ปกแบบที่หนึ่งอัจฉริยะสร้างได้ - ปกแบบที่สอง …ปกมีอยู่ ๒ แบบครับ …

หนอนหนังสือหลายคนคงไม่พลาดที่จะมีไว้ครอบครองและคงได้อ่านกันแล้ว แต่สำหรับบางคนที่ยังไม่รู้หรือยังลังเลอยู่ ผมบอกได้เลยครับว่า คุ้มค่ามากๆ ฟันธง! :fairy:

คำว่า “อัจฉริยะ” มีคนหลายคนหรือเกือบทุกคนใฝ่ฝันที่จะเป็น แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่กล้าที่จะเป็นหรือไม่พยายามที่จะเป็น เพียงเพราะคำนิยามที่พวกเขาสร้างขึ้นมาปั่นหัวตัวเองเล่นว่า อัจฉริยะต้องเก่งโคตร อัจฉริยะต้องรู้มันซะทุกเรื่องทุกอย่าง หรืออัจฉริยะต้องประสบความสำเร็จก่อน ไอ้เรามันก็แค่หางอึ่ง จะเอาอะไรมากมาย เฮ้อ วันหลังแล้วกัน วันนี้ไม่มีอารมณ์… :grr:

หนังสือเล่มนี้เป็นยา(ล้างสมอง)ชั้นดี สำหรับใครที่มีความคิดเหมือนข้างต้นครับ ยาเล่มนี้ไม่ขมเหมือนตำราวิชาการ แต่ยาเล่มนี้อร่อย พอๆกับการนั่งกินขนมคุยกันกับเพื่อนฝูง (ใช้คำว่าฝูงแล้วแปลกๆเนอะ :confused: )

(ข้อความจากในหนังสือ) :nerd:

ทฤษฎีพหุปัญญา หรือ Theory of Multiple Intelligences กล่าวไว้ว่า…
“มนุษย์เรามีอัจฉริยภาพอย่างน้อยแปดด้าน และในคนหนึ่งคนก็มีครบทั้งแปดด้าน เพียงแต่ว่า จะมีบางด้านที่เด่นกว่าด้านอื่น ซึ่งขึ้นอยู่กับกายภาพของคนเรา และสภาพแวดล้อมของการฝึกฝน…”

แล้วแปดด้านนั้นมีอะไรบ้างล่ะ? ผมไม่บอกหรอกครับ ไปยืน(แอบ)อ่านตามร้านหนังสือกันเอาเอง หรือไม่ก็ซื้อซะเลย นอนตีพุงอ่านสบายกว่ากันเยอะ :cheerful:

แล้วคุณจะพบว่า คุณก็สามารถเป็นอัจฉริยะได้ เพราะ “อัจฉริยะสร้างได้

อัจฉริยะสร้างได้ เคล็ดลับพัฒนาอัจฉริยภาพ ๘ ด้าน เพื่อก้าวสู่ความเป็นอัจฉริยะ
ผู้เขียน : วนิษา เรซ
พิมพ์ครั้งแรก : มิถุนายน ๒๕๕๐
สำนักพิมพ์red (ในเครือสำนักพิมพ์สามสี)

.

ปล. ชาวบ้านชาวช่องเค้าอ่านจบกันไปหลายรอบแล้วแน่เลย เพิ่งเอามาแนะนำ เชยจริงๆ :depressed:

ไล่ตงจิ้น : Lai Dong Jin

เนื่องจากคอมฯเจ๊งบ๊งเมื่อหลายวันก่อน ชีวิตประจำวันหลังเลิกงานของผมเลยว้างว่าง ว่างจริงๆ ว่างซะจนไม่รู้จะทำอะไรดี หันไปหันมาในห้องสี่เหลี่ยมสีครีมๆ เห็นกองหนังสืออยู่กองหนึ่ง เลยลองไปคุ้ยดู (ใช้คำว่าคุ้ย จะรู้สึกเป็นระเบียบกว่าคำว่ารื้อน่ะ :sweat: ) แล้วก็ต้องตกตะลึงในความขี้เกียจของตัวเอง เมื่อพบว่ามีหนังสืออยู่อีกหลายเล่ม และนิตยสารอีกหลายฉบับที่ยังไม่ได้แตะเลย บางเล่มอ่านแค่คำนำเอง ซึ่งบ่งบอกถึงความหล่อของเจ้าของได้เป็นอย่างดีทีเดียว

ที่เกิ่นมาซะเยิ่นเย้อหลายบรรทัด เพราะต้องการจะแนะนำหนังสือดีๆ ให้เพื่อนๆได้หามาอ่านกัน วันนี้ภูมิใจเสนอ “ไล่ตงจิ้น ลูกขอทาน ผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิตสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์ (ที่ผมมีคือเล่มที่พิมพ์ครั้งที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๔๙) ชื่อภาษาฝรั่ง “Begger Child” (แปลว่า ลูกขอทาน ตรงตัวเป๊ะ) ราคา ๑๖๕ บาท เอาน่า อย่างกไปหน่อยเลย เจียดเงินซื้อเหล้าแค่ครั้งสองครั้งก็ได้แล้ว แลกกับหนังสือดีๆสักเล่ม คุ้มออกจะตาย

แต่ผมไม่มีความสามารถที่จะเขียนวิจารณ์หนังสือ ไม่งั้นคงรวยไปนานแล้ว ฉะนั้นเลยขอหยิบยกเอาข้อความบางส่วนในหนังสือมาโฆษณาชวนซื้อแทนก็แล้วกัน เริ่มเลยนะ จะได้ไม่เสียเวลา

ไล่ ตง จิ้น

(จากปกหน้า)

อัตชีวประวัติของอดีตขอทานที่ทุกคนเคยเย้ยหยัน มีพ่อตาบอด แม่กับน้องชายคนโตปัญญาอ่อน
ทั้งหมด ๑๔ ชีวิตที่เขาต้องเลี้ยงดู เขาต่อสู้กับชีวิตจนได้เป็น “บุคคลดีเด่นของไต้หวัน”
เพราะใจที่…ไม่ยอมแพ้ เพียงคำเดียว

ยังไม่สะกิดใจใช่ไหม? งั้นจัดให้อีกชุดใหญ่ๆ (อันนี้จากปกหลัง)

ในปีที่ผมอายุได้เจ็ดขวบ วันนั้นพายุโหมพัดแรงตั้งแต่เช้าตรู่ยันเย็นค่ำ…
เมื่อไม่มีอะไรตกถึงท้องนานติดกันสองมื้อ แม่กับน้องๆทนหิวไม่ไหวร้องไห้อาละวาด
ผมลุกพรวดขึ้น ฝ่าลมออกไปขอทาน ผู้คนต่างพากันปิดหน้าต่างประตูบ้านช่องแน่นหนา
ผมได้แต่ฝืนเดินไปเคาะประตูบ้านแล้วบ้านเล่า…

ไล่ตงจิ้นเร่ออกขอทานท่ามกลางพายุฝน ผ่านคืนวันอันหนาวเหน็บ
เพียงเพื่อให้ ๑๔ ชีวิตอยู่รอดต่อไป หลายครั้งที่ไม่ได้อะไรเลย
เขาถึงกับต้องแย่งข้าวหมากิน ดื่มน้ำในท้องร่อง…

เพราะการไปเรียนหนังสือกินเวลาของผมไปเกือบทั้งวัน พอถึงเวลาออกไปขอทานตอนกลางคืน
จึงต้องแข็งขันกว่าเดิมอีกหลายเท่า… พ่อนั่งดีดพิณ ร้องเพลงไป
ผมนั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆพร้อมกับทำการบ้าน โดยอาศัยแสงไฟริบหรี่จากเสาไฟข้างถนน

ระยะเวลาหกปีที่เรียนอยู่ชั้นประถม เขาได้รับประกาศเกียรติคุณทั้งหมดมากกว่า ๘๐ ใบ
ทุกรายการเขาได้ที่ ๑ รางวัลเป็นพลังอย่างเดียวที่ผลักดันให้เด็กที่มี “ชีวิตสวะ” คนหนึ่ง
มีกำลังใจที่จะต่อสู้กับชีวิตอย่างกล้าหาญต่อไป

ใบประกาศเกียรติคุณแผ่นบางๆ เทียบไม่ได้กับอาหารที่เขาขอทานมาได้สักมื้อ

เกียรติยศเทียบอะไรไม่ได้กับการหาที่ซุกหัวนอน ที่พอจะใช้กันแดดบังฝนให้คนทั้งครอบครัว

แต่แล้วเรื่องร้ายๆที่คอยจะทำลายให้เขาล้มลง กลับทำให้เขาเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม

เห็นไหม น่าซื้อออก
ส่วนใครที่อ่านแล้วก็มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ

ไล่ตงจิ้น ลูกขอทานผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต
ผู้เขียน : Lai Dong Jin
ผู้แปล : วิลาวัลย์ สกุลบริรักษ์
พิมพ์ครั้งที่ ๑ : มิถุนายน ๒๕๔๘ สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์