Tag: หนังสือ

  • เกลียดนัก…ที่รักเธอ

    เวลาไปร้านขายหนังสือในห้าง มันจะมีหนังสืออยู่ประเภทหนึ่ง (เค้าเรียกกันว่า นิยาย หรือเปล่า? :confused: ) ที่หน้าปกเป็นรูปหนุ่มๆสาวๆหล่อๆสวยๆ ผมก็นึกสงสัยอยู่ว่าเนื้อหาข้างในเป็นอย่างไร พอลองหยิบอ่าน เออแฮะ เหมือนกับอ่านเรื่องย่อละครในหน้าหนังสือพิมพ์เลย :S และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสหยิบมันขึ้นมาอ่านจนจบ ๑ เล่มเต็มๆ พออ่านแล้วอารมณ์คล้ายๆดูละครหลังข่าวเลย สนุกดี อ่านเรื่อยๆเพลินๆดีเหมือนกัน มิน่าล่ะ พวกผู้หญิงถึงชอบอ่านกัน แล้วทำไมผมถึงไปอ่านมันล่ะ ทั้งๆที่หนังสือประเภทนี้ ไม่ค่อยที่จะถูกสเปกของเหล่าๆผู้ชายสักเท่าไหร่ (ถ้ามีภาพประกอบหวือๆหวาๆก็ว่าไปอย่าง :P: ) เหตุผลเพราะว่า เพื่อนผมมันเป็นคนเขียนน่ะสิ!! … ฮี่กับๆ ฮี่กับๆ :weird: (อ่ะ เอารูปขนาดเป้งๆไปดูเลย) พนาสินค่ะ นักเขียนหน้าใหม่ จากคำทักทายก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นผู้หญิงจริงๆ ไม่ใช่กะเทียม แม้ชื่อจะแมน แล้วเด็กข้างบ้านยังชอบทำหน้าสงสัย ถามแม่ประจำว่า “พี่เค้าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” (แง่ม! ไอ้เด็กเวร เดี๋ยวงับหัวซะเลย :grr: ) ส่วนหน้าตาก็ใช้ได้ พิมพ์เดียวกันกับนางเอกนิยายของตัวเองเดี๊ยะ (ห้ามอ้อก ต่ายขอ :yawn: ) เคยฝันอยากเป็นเด็กขัดสตั๊ดให้แม็กก้า…

  • หนอนหนังสือ

    เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ผมมีตู้อยู่ใบหนึ่ง ตู้ใบนี้ไม่ได้มีไว้ซักผ้า หรือแช่ผักแช่ปลา แต่เอาไว้ใช้เก็บหนังสือ ครับ มันคือตู้เก็บหนังสือ (ห่า บอกตั้งแต่แรกก็รู้แล้ว :sneer: ) หนังสือภายในตู้นี้ แบ่งเป็นสัดส่วนตามสันดานของเจ้าของได้เป็น หนังสืออ่านเล่น ๕ %, หนังสือวิชาการ+อ้างอิง ๑๐ %, หนังสือคอมฯ ๒๐ %, หนังสือการ์ตูน ๘๐ % และหนังสือโป๊อื่นๆอีก ๕ % (๑๒๐ % พอดีเป๊ะ!) และในทุกๆวัน ผมต้องเปิดตู้นี้วันละหลายๆครั้ง เพราะผมดันเอากระเป๋าตังค์, กุญแจรถ, กระปุกออมสิน ฯลฯ วางแปะเก็บไว้ในนี้ . ซึ่งเมื่อวานเย็น หลังจากกลับมาจากข้างนอก ตามสูตร ผมจัดแจงเก็บของต่างๆเข้าในตู้ตามปกติ และระหว่างนั้นสายตาก็มองดูเหล่าหนังสือต่างๆที่วางตัวเรียงกันเป็นแถวๆไปด้วย พลางคิดว่า อืม คืนนี้น้องคนไหนจะอ่านหนังสือให้ป๋าฟังก่อนนอนน๊าาา… อ๊ะ ฮันเตอร์เบอร์ ๒๕ น้องใหม่ (เพิ่งซื้อมาเมื่อห้าหกวันก่อน) เสร็จป๋า :crush: (มัน(ส์)มากครับ…

  • ถั่วงอกอิมโพรไวส์หัวไฟเก้าชีวิต

    ดองบล๊อกจนเปรี้ยวได้ที่ วันนี้ขอเสนอตัวแนะนำหนังสือดีๆน่าอ่านซัก ๓ เล่มครับ แท่ม-แทม-แท๊ม~ Beansprout & Firehead (ถั่วงอกและหัวไฟ) เล่มแรกนี้สร้่างปรากฏการณ์ให้กับวงการหนังสือบ้านเราเป็นอย่างมาก เพราะความแปลกและใหม่ พอได้อ่านแล้วก็รู้สึกได้ว่า เฮ้ย! เจ๋งว่ะ ทั้งสำนวนทั้งภาพประกอบ เยี่ยมมากๆ ในเล่มเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางผจญภัยของเด็กกำพร้า ๒ คน ถั่วงอก กับ หัวไฟ และ หมาน้อยบุบบิบอีก ๑ ตัว :yawn: ลายเส้นและเรื่องราวอันแปลกประหลาดของ “การ์ตูนก็ไม่ใช่ นิยายก็ไม่เชิง” เล่มนี้ อาจไม่เข้าข่ายอยู่ในสูตรหนังสือขายดีแห่งปีปัจจุบัน ไม่ใช่ว่าหนังสือประเภทนี้ไม่ดี ผมว่าแนวนี้มันไม่ค่อยจะมีมากกว่า ในเมื่อไม่ค่อยจะมีผู้อ่านรู้จัก ก็ควรจะมีคนแนะนำให้รู้จัก และดูเหมือนทรงศีลเต็มใจที่จะทำหน้าที่นั้น – ทรงกลด บางยี่ขัน – . Improvise (อิมโพรไวส์) เล่มต่อมาเป็นหนังสือการ์ตูนครับ ผมคิดว่าอย่างนั้น ภาพข้างในดิบ-หยาบ ซึ่งเข้ากันได้ดีกับเนื้อเรื่องภายในที่ชวนหดหู่ บรรยากาศมืดๆทึมๆ แต่แฝงไปด้วยความคิดมากมายในมุมมองอีกด้านหนึ่งของชีวิตจริง ในเล่มอาร์ตเวิร์กเท่ดี ตัวละครในแต่ละตอนก็มีเอกลักษณ์ โอ้ย! เด็ดครับ :thumbsup:…

  • อัจฉริยะสร้างได้

    วันนี้อยากจะแนะนำหนังสือดีๆสักเล่ม จากสำนักพิมพ์redครับ (ในเครือสำนักพิมพ์สามสี) “อัจฉริยะสร้างได้” ของผู้เขียน คุณวนิษา เรซ หรือ คุณหนูดี ปริญญาโทด้านสมอง จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และผู้ชนะล้านที่ ๑๕ รายการ “อัจฉริยะข้ามคืน” และอื่นๆอีกมากมาย (เก่งจัง :thumbsup: ) …ปกมีอยู่ ๒ แบบครับ … หนอนหนังสือหลายคนคงไม่พลาดที่จะมีไว้ครอบครองและคงได้อ่านกันแล้ว แต่สำหรับบางคนที่ยังไม่รู้หรือยังลังเลอยู่ ผมบอกได้เลยครับว่า คุ้มค่ามากๆ ฟันธง! :fairy: คำว่า “อัจฉริยะ” มีคนหลายคนหรือเกือบทุกคนใฝ่ฝันที่จะเป็น แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่กล้าที่จะเป็นหรือไม่พยายามที่จะเป็น เพียงเพราะคำนิยามที่พวกเขาสร้างขึ้นมาปั่นหัวตัวเองเล่นว่า อัจฉริยะต้องเก่งโคตร อัจฉริยะต้องรู้มันซะทุกเรื่องทุกอย่าง หรืออัจฉริยะต้องประสบความสำเร็จก่อน ไอ้เรามันก็แค่หางอึ่ง จะเอาอะไรมากมาย เฮ้อ วันหลังแล้วกัน วันนี้ไม่มีอารมณ์… :grr: หนังสือเล่มนี้เป็นยา(ล้างสมอง)ชั้นดี สำหรับใครที่มีความคิดเหมือนข้างต้นครับ ยาเล่มนี้ไม่ขมเหมือนตำราวิชาการ แต่ยาเล่มนี้อร่อย พอๆกับการนั่งกินขนมคุยกันกับเพื่อนฝูง (ใช้คำว่าฝูงแล้วแปลกๆเนอะ :confused: ) (ข้อความจากในหนังสือ) :nerd: ทฤษฎีพหุปัญญา หรือ…

  • ไล่ตงจิ้น : Lai Dong Jin

    เนื่องจากคอมฯเจ๊งบ๊งเมื่อหลายวันก่อน ชีวิตประจำวันหลังเลิกงานของผมเลยว้างว่าง ว่างจริงๆ ว่างซะจนไม่รู้จะทำอะไรดี หันไปหันมาในห้องสี่เหลี่ยมสีครีมๆ เห็นกองหนังสืออยู่กองหนึ่ง เลยลองไปคุ้ยดู (ใช้คำว่าคุ้ย จะรู้สึกเป็นระเบียบกว่าคำว่ารื้อน่ะ :sweat: ) แล้วก็ต้องตกตะลึงในความขี้เกียจของตัวเอง เมื่อพบว่ามีหนังสืออยู่อีกหลายเล่ม และนิตยสารอีกหลายฉบับที่ยังไม่ได้แตะเลย บางเล่มอ่านแค่คำนำเอง ซึ่งบ่งบอกถึงความหล่อของเจ้าของได้เป็นอย่างดีทีเดียว ที่เกิ่นมาซะเยิ่นเย้อหลายบรรทัด เพราะต้องการจะแนะนำหนังสือดีๆ ให้เพื่อนๆได้หามาอ่านกัน วันนี้ภูมิใจเสนอ “ไล่ตงจิ้น ลูกขอทาน ผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต” สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์ (ที่ผมมีคือเล่มที่พิมพ์ครั้งที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๔๙) ชื่อภาษาฝรั่ง “Begger Child” (แปลว่า ลูกขอทาน ตรงตัวเป๊ะ) ราคา ๑๖๕ บาท เอาน่า อย่างกไปหน่อยเลย เจียดเงินซื้อเหล้าแค่ครั้งสองครั้งก็ได้แล้ว แลกกับหนังสือดีๆสักเล่ม คุ้มออกจะตาย แต่ผมไม่มีความสามารถที่จะเขียนวิจารณ์หนังสือ ไม่งั้นคงรวยไปนานแล้ว ฉะนั้นเลยขอหยิบยกเอาข้อความบางส่วนในหนังสือมาโฆษณาชวนซื้อแทนก็แล้วกัน เริ่มเลยนะ จะได้ไม่เสียเวลา (จากปกหน้า) อัตชีวประวัติของอดีตขอทานที่ทุกคนเคยเย้ยหยัน มีพ่อตาบอด แม่กับน้องชายคนโตปัญญาอ่อน ทั้งหมด ๑๔ ชีวิตที่เขาต้องเลี้ยงดู เขาต่อสู้กับชีวิตจนได้เป็น “บุคคลดีเด่นของไต้หวัน” เพราะใจที่…ไม่ยอมแพ้…