แบกเสบียงลุยน้ำขากลับ

หลังจากที่เมื่อวานเย็นไปทำธุระกับซื้อของตามซุปเปอร์สโตร์ และตอนเช้าไปซื้อเสบียงที่ตลาดสด เสร็จสรรพเรียบร้อยก็ถึงเวลาจรลีกลับบ้าน แฟนผมขับรถมาส่งที่หัวน้ำตรงถนนเศรษฐกิจ เวลาเที่ยงเป๊ะพอดี

แรกเริ่มด้วยการโบกรถก่อน ประมาณ ๒๐ นาที ก็เจอรถบรรทุกใจดีกำลังขนของบริจาคเพื่อที่จะนำไปแจกจ่ายชาวบ้านย่านพุทธมณฑลสาย ๔ พอดี จึงอาศัยเกาะรถเขาไปด้วย

รถวิ่งผ่านจุดที่ผมโบกรถกรมชลประทานเมื่อวาน จะเห็นความน่ากลัวของน้ำครับว่ามันไหลเร็วขนาดไหน ในรูปจุดแดงๆคือจุดเดียวกันนะครับ ต่างกันที่เวลาประมาณ ๒๔ ชั่วโมง

รถวิ่งไปเรื่อยๆ แวะแจกของ รถวิ่งไปเรื่อยๆ แวะรับคน พอดีผมคุยกับผู้ร่วมทางคนอื่นๆ เจอพี่สองคน ไปซื้อเครื่องเรือถึงพระราม ๒ มา ขนาด ๖.๕ แรงม้า ราคา ๑๒,๐๐๐ บาทถ้วน ถามพี่เค้าทำไมไปซื้อตั้งไกล ได้ความว่าแถวนี้ของมันหมด ที่มีเหลือก็แพงกว่าเกือบสองเท่า (เหมือนอิฐบล็อก ปกติก้อนละ ๓ บาท ตอนนี้เป็น ๑๒ บาท หรือถุงทรายถุงละ ๔๐) อืม มันเป็นกลไกของตลาด…

และพี่สองคนนี้อยู่คลองโยง เลยบ้านผมไปหน่อยนึง เย่ ได้เพื่อนร่วมทางกลับบ้านแล้ว

รถคันนี้มีผ้าใบคลุมเป็นหลังคาบังแดดอยู่ครึ่งเดียว ส่วนครึ่งหลังที่ผู้โบกรถนั่งกันอยู่มีฟ้ากับแดดอ่อนๆยามบ่ายโมงเป็นหลังคาครับ ร้อนจนแสบผิวมาก

รถวิ่งไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆมากครับ ผ่านไป ๒ ชั่วโมง ได้ระยะทางรวมไม่เกิน ๕ กิโล เห็นจะได้ ท่าจะไม่ดีซะแล้ว จะถึงบ้านกี่โมงกันล่ะเนี่ย ดังนั้นจึงตัดสินใจลงรถเพื่อโบกคันที่ซิ่งกว่านี้ แบบว่าวัยรุ่นใจร้อน ไม่งั้นถึงบ้านมืดแน่ๆ จะไม่มีเรือเข้าบ้านเอา และอาจได้นอนริมถนนเป็นแน่แท้

รอรถสักพักก็มีรถบรรทุกของ SCG paper ผ่านมาให้โบก ปลายทางคันนี้คือวิ่งสุดสาย ๔ แล้วเลี้ยวซ้ายไปสาย ๗ ดังนั้น ผมจึงต้องลงแถวๆพุทธมณฑล ถนนอุทยาน หรือไม่ก็ตีนสะพานข้ามแยก แล้วแต่คนขับจะสะดวก (ไม่ได้ถ่ายรูปข้างทางเลยครับ เพราะนั่งอยู่ตรงกลางด้านในๆของรถ) ระหว่างนั่งก็มีแจกข้าวเหนียวหมูฝอยด้วย จังหวะนี้กินแบบไม่รู้รสชาติแล้วครับ

(ช่วงโฆษณา) อย่าลืมใช้กระดาษ idea green กันนะครับ ของเค้าดีจริงๆ ฮี่กั๊บๆ

จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ได้ข้อมูลอีกว่า โรงงานอยู่ที่ราชบุรี(มั้ง)น้ำไม่ท่วม สามารถผลิตได้แต่ไม่มีคนซื้อ จึงหยุดการผลิต แสดงว่า ไม่ว่าจะโดนหรือไม่โดนน้ำท่วม ต่างก็มีผลกระทบด้วยกันแทบทั้งสิ้น

พอนั่งมาถึงตีนสะพานข้ามแยกถนนพระบรมฯ เราก็ถูกปล่อยลงเพื่อต่อรถข้ามไปฝั่งมหิดล พักเดียวก็ได้โบกรถขยะสีเขียว อ้อ ขณะนี้เป็นเวลา ๑๕.๑๕ น.

โดยสารรถขยะ ไม่ได้ไปนั่งในกระบะขยะนะครับ นั่งบนหลังคาด้านบนเลย ส่วนผมยืนเกาะอยู่บนรอยต่อระหว่างหัวรถกับกระบะด้านหลัง เห็นวิวโล่งๆมาก

ภายในมหิดลยังไม่ท่วมเลยนะครับ

.

ตลาดเหลืองศาลายา น้ำท่วมไปเยอะเลย เค้าลือกันว่ามีจระเข้หลุดมาในนี้ด้วย!

.

หลังจากรถมาส่งที่สามแยกหน้าสถานีตำรวจ ก็ถึงเวลาที่จะต้องข้ามทางรถไฟครับ ขามาผมนั่งเรือข้ามมา แต่ขากลับผมกระแดะอยากลุยน้ำระดับเอวฝ่าเข้าไป ช่วงนี้ไม่มีรูปตามเคย เพราะไม่มีมือไหนสามารถหยิบกล้องมาลั่นได้ มือนึงต้องดึงเป้สะพายหลังให้สูง เดี๋ยวจมน้ำ ส่วนอีกมือก็ต้องยกกระเป๋าให้พ้นน้ำ บางช่วงที่รู้สึกว่าลึกก็ต้องเดินเขยงปลายเท้าด้วย อูย กระแดะผิดกาลเทศะ

พอข้ามทางรถไปได้ก็ถึงสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ ตรงนี้มีรถสองแถวกลับบ้านได้ครับ แต่พี่สองคนที่ซื้อเครื่องเรือมาเค้าจอดรถไว้ตรงอีกฝั่งของสะพาน ก็เลยช่วยพี่เค้าแบกเครื่องเรือ เดินถึงรถก็ยกขึ้นหลังกระบะปั๊บ และโดยสารรถพี่เค้าไปลงที่หน้าปากซอยเลย

เย่ๆ ถึงหน้าปากซอยแล้ว รอเรือมารับ

.

ตอนออกมาผมไม่ได้เขียนไว้ คือทางอบต.คลองโยง จะนำเอาน้ำดื่มสะอาดมาวางตั้งไว้ที่หน้าปากซอย ใครอยากได้ก็นำขวดมาเติมกันเอง ตอนออกมาผมออกมาพร้อมยาย ผมบอกให้ยายเอาขวดเปล่าฝากมากับเรือไว้ ขากลับผมจะได้เติมแล้วเอาเข้าบ้านได้เลย

สัมภาระขากลับทั้งหมดพร้อม เตรียมตัวขึ้นเรือได้

.

รู้สึกว่าน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีกนิดหน่อยนะ

.

ท้องทะเลแสนกว้างใหญ่ มองออกไปไกลสุดตา

.

ถึงหน้าหมู่บ้านแล้ว เช็คอินเวลา ๑๖.๓๐ น. เสร็จสิ้นภารกิจ

.

.

แถมท้ายด้วยรูปเสบียงที่แบกมา

 

 

บุกตะลุยน้ำขาไป

เมื่อติดอยู่ในบ้านขณะน้ำท่วม นานๆเข้าเสบียงที่ตุนเอาไว้ก็เริ่มที่จะร่อยหรอ ผมจึงต้องออกไปหาเสบียงมาเพิ่มเติม พร้อมทั้งออกไปทำธุรกรรมต่างๆด้วย ค่าโทรศัพท์ ค่าเนต เพราะไม่รู้ว่าเค้าจะมีมาตรการยังไง ผมลองติดต่อไปบางที่ ส่วนมากเค้าขยายเวลาให้อีก ๗ วันหลังจากวันถึงกำหนดชำระ แต่หารู้ไม่ว่าแค่ ๗ วันน้ำมันไม่ลดหรอกครับ เผลอๆจะดึงถึงสิ้นปีเอา ยังไงก็ต้องออกไปจ่ายอยู่ดี

ปกติผมชำระเงินผ่านทางเคาน์เตอร์โดยเอาใบแจ้งหนี้ไปยื่น แต่น้ำท่วมแบบนี้บุรุษไปรษณีย์เค้า้ก็คงไม่ลุยน้ำมาส่งใบแจ้งหนี้หรือจดหมายตามบ้านแน่ๆ

ประเด็นที่สำคัญอีกอันคืออินเตอร์เนตครับ ผมทำงานเขียนเว็บไซต์ ดังนั้นถ้าขาดเนตก็เหมือนขาดใจ ตายหยั๋งเขียด

บ้านผมใช้บริการของ TOT ติดต่อไปที่ศูนย์เค้าบอกว่ายืดไปให้ ๗ วัน แต่ผมไม่มีใบแจ้งหนี้ แค่บอกเบอร์โทรเฉยๆก็จ่ายไม่ได้ครับ ไม่ว่าจะเ็ป็นเคาน์เตอร์ไหนก็ตาม นอกจากศูนย์ของ TOT เท่านั้น ทำยังไงดี บ้านผมอยู่ชานเมืองนครปฐม ศูนย์อยู่นครชัยศรีและน้ำคงท่วมแล้ว ถ้าผมถ่อไปแล้วเกิดศูนย์ปิดขึ้นมาก็ซวย เค้าแนะนำว่าไปจ่ายที่ศูนย์ที่น้ำยังไม่ท่วมได้ในกรุงเทพ ซึ่งเปิดทำการเวลาราชการ จันทร์ถึงศุกร์ แต่วันนี้วันเสาร์ ฉิบ…

ส่วนค่าน้ำค่าไฟ คงไม่น่ามีปัญหาอะไร

บ่นมาพอแล้ว เรามาเตรียมตัวออกจากบ้านกันเถอะ สิ่งที่ผมเตรียมไว้มี
๑. กระเป๋าสะพาย ๒ ใบ
๒. มือถือ
๓. กระเป๋าตังค์
๔. กล้องถ่ายรูป
๕. เอกสารทำธุระต่างๆ
๖. น้ำดื่ม
๗. ดินสอ กระดาษ
๘. ถุงพลาสติกสำหรับใส่ของทั้งหมด และเผื่อไว้ใช้อีกสองสามอัน
๙. การ์ตูนนั่นไว้นั่งอ่านตอนรอเรือมารับ

ส่วนชุดที่ใส่ก็เสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ผมลองรองเท้าบู๊ตแล้วไม่ไหว ถ้าน้ำเข้าบู๊ตแล้วจะหนักมาก ถ้ารองเท้าผ้าใบก็จะแฉะ แห้งช้า เท้าเปื่อยแน่ๆ รองเท้าแตะธรรมดานี่แหละ เจ๋งสุดแล้ว ณ เวลานี้

.

ผมนัดเรือรับจ้างมารับตอน ๗ โมง แต่เค้ามาซะ ๙ โมง ลูกค้าเยอะมาก ไม่เป็นไร Let’s GO!!!

สภาพในหมู่บ้านน้ำท่วมระดับเอว

.

ทุ่งนากลายเป็นทะเลไปหมดแล้ว บ้านป๋าเทพก็ไม่รอด แถวนี้น้ำท่วมระดับเอวถึงหน้าอกเห็นจะได้

.

ซอยเข้าหมู่บ้านผมครับ ตอนนี้ถึงหน้าถนนแล้วเวลา ๙.๒๕ น. เสียไป ๓๐ บาท ต่อไปก็รอรถสองแถว

.

ถนนศาลายา-บางเลน ยังใช้การได้อยู่ฝั่งนึง อีกฝั่งท่วมระดับตาตุ่ม

.

รถมาแว้วววววว เวลา ๙.๔๕ น. ควักตังค์ค่ารถไป ๑๐ บาท

.

ศูนย์อพยพโรงเรียนสวนกุหลาบอะไรซักอย่างครับ ไม่รอดเหมือนกัน

.

ลงจากรถเวลา ๑๐.๒๕ น. แล้วก็ต่อเรือข้ามทางรถไฟ น้ำระดับเอว ถ้าไม่อยากเปียกก็จ่ายค่าแห้งไป ๑๐ บาทถ้วน ใช้เวลาประมาณ ๕ นาทีก็ถึงป้อมตรงมหิดลแล้ว

.

อำเภอกับสถานีตำรวจพุทธมณฑล

.

ถึงตรงนี้ก็รอรถทหารครับ มีไปหลายสายหลายทางแต่ก็ไม่รู้มีสายอะไรบ้าง เป้าหมายของเราตอนนี้คือถนนพระราม ๒ ครับ ตามข่าวที่ฟังๆมาว่าเป็นเส้นหลักสายเดียวฝั่งธนฯที่ยังใช้การได้ ช่วงนี้ก็อิ่มเอิบกับโครงการคลองเพื่อประชาชนไปก่อน พักดื่มน้ำ เตรียมตัวเตรียมใจใ้ห้พร้อม

รอรถประมาณ ๑๐ นาที ก็มีรถทหารมาครับ สอบถามแล้วปลายทางคือพุทธมณฑลสาย ๔  เอ้าไปตายกันดาบหน้าครับพี่น้อง แต่ก่อนขึ้นรถต้องลุยน้ำระดับต้นขาไปก่อนนะครับ ถือเสียว่าเป็นค่าเดินทางก็แล้วกัน เออ คันนี้เป็นทหารเรือครับ

.

สภาพในรถร้อนอบๆครับ คนเยอะ หลังคาก็เป็นผ้าใบ มีโครงเหล็กกันอยู่ด้านใน แล้วต้องเอามือโหนเหล็กร้อนครับ ขาก็เปียก กางเกงก็เปียก พื้นก็แฉะ (ต้องขออภัยที่ถ่ายรูปไม่ได้เลยครับ ยืนอยู่กลางรถ มองไม่เห็นวิวอะไรข้างทางเลย) แต่ก็ยังมีแสงแห่งความหวังมาจากหลังรถ ฮ่าๆ

สักพักรถก็มาจอดกลางสาย ๔ เพราะลุยน้ำไม่ไหว และต้องไปปฏิบัติภารกิจอื่นต่อ ขนเรือ ขนอาหาร ครับ แต่ทหารเค้าไม่ได้ทิ้งเราปล่อยเกาะเฉยๆนะครับ พี่ๆเค้าโบกรถทหารบกที่ใหญ่กว่า สูงกว่ามารอรับไว้แล้ว

เนื่องจากผมเป็นคนดีที่เอื้อเฟื้อเด็กผู้หญิง สตรีน่ารัก และคนชราแจ่มๆ ทำให้รถเต็มก่อนที่ผมจะขึ้นครับ (หรือมัวแต่ถ่ายรูปเลยขึ้นรถไม่ทันหว่า) เลยต้องรอรถคันต่อไปกับคนอื่นๆที่ตกรถอีก ๕-๖ คน และขณะนี้ก็เป็นเวลา ๑๑.๒๐ น.

.

มีรถบรรทุกใจดีผ่านและรับคนโดยสารไปด้วยครับ รถคันนี้คือรถบรรทุกน้ำแข็งของบริษัท KS หรือเปล่าไม่แน่ใจ นั่งในตู้คอนเทรนเนอร์น้ำแข็ง ตูดก็เย็นหลังก็เย็น เป็นไงบ่นร้อนดีนักใช่ไหม

วิ่งมาเรื่อยๆก็โดนปล่อยที่ถนนเศรษฐกิจครับ เวลา ๑๒.๑๕ น. เค้าบอกว่าเส้นเพชรเกษมไปไม่ได้เลยน้ำท่วมสูง เส้นนี้ก็เริ่มท่วมครับ แต่ก็ใกล้จุดหมายเราคือตรงไปเรื่อยๆก็เป็นมหาชัย พระราม ๒ ครับ เอาล่ะเว้ย จะได้อาหารทะเลไปปิ้งกินกันล่ะคราวนี้

พอนึกถึงก็น้ำลายสอหิวขึ้นมาทันที แต่ไม่มีอะไรให้กินเลย ร้านข้างทางก็ไม่มี ได้แต่จิบน้ำไปตามยถากรรม อะซิกๆ

ถนนนี้รถผ่านน้อยครับ เพราะน้ำที่ท่วมก็เริ่มสูงแล้ว รถเล็กไม่มีแน่ๆ ยืนรอโบกรถนานทีเดียว จนถึงเวลา ๑๓.๐๐ น. ผมโบกรถกระบะได้คันนึง ปรากฏว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมชลประทานมาสำรวจน้ำครับ ยังไม่รู้ปลายทาง ไปเรื่อยๆไปถึงบางบอน ออกกาญจนาภิเษก และไปดูน้ำที่เดอะมอลล์บางแค ก็ดีเหมือนกันครับ ผมเลยนัดแฟนให้มารับที่แมคโครบางบอนซะเลย ใกล้เข้ามาอีกนิด

.

แถมท้ายด้วยถาพจากเดอะมอลล์บางแค ที่ขยายสวนน้ำให้มาถึงถนนเพชรเกษมด้านล่าง ให้เล่นกันได้เต็มที่เลยครับ ระดับน้ำท่วมล้อรถเมล์ บางคันจอดดับอยู่กลางถนน แถมน้ำยังดำปี๋ แล้วรถที่เห็นอยู่บนสะพานข้ามแยก ไม่ใช่รถเยอะหรือรถติดนะครับ เป็นรถที่เอามาจอดหนีน้ำกัน

สุดท้ายผมถึงแมคโครประมาณ ๑๔.๑๕ น. เพราะรถติดครับ เส้นกาญจนาฯแถบนี้มีรถจอดข้างทางและรถหนาแน่นมาก

.

วันนี้ทีแรกว่าจะรีบซื้อของทำธุระแล้วกลับเลย แต่ประเมินแล้วคงไม่ทันแน่ๆ ก็เลยหาที่พักซักคืนก่อนเอาแรง พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่

น้ำท่วมบ้าน 2

ก่อนน้ำจะท่วมบ้าน ผมออกไปสำรวจดูทางน้ำละแวกนี้ครับ ว่าสถานการณ์เป็นยังไงกันบ้าง เริ่มจากทางฝั่งริมคลองทวีวัฒนา น้ำมาเยอะมากครับ น้ำล้นประตูระบายน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ที่อยู่ริมคลอง วัด สวนกล้วยไม้ ไม่เหลือครับ ระดับน้ำก็ไล่ตั้งแต่หัวเข่ายันเอว

.

ด้านคลองมหาสวัสดิ์ น้ำเยอะเลยครับ บ้านริมคลองไปหมดแล้ว ระดับน้ำท่วมประมาณ 1 เมตร

.

ด้านคลองโยง น้ำไหลแรงมากครับ และแน่นอนบ้านริมคลองน้ำท่วมเกือบมิดชั้นหนึ่งแล้ว

.

ส่วนสถานการณ์น้ำอีกฝั่งนึงของถนนศาลายา-บางเลน ซอยไหนที่น้ำเริ่มท่วม ชาวบ้านก็ออกมาตั้งแค้มป์กันหน้าปากซอยครับ บางบ้านก็ออกมากางเต้นท์กันริมถนนเลยทีเดียว เสียวรถเกี่ยวเต้นท์มาก ฝั่งนี้ทุ่งนากลายเป็นทุ่งน้ำไปแล้ว ในรูปนั่นแต่ก่อนเป็นทุ่งนาเขียวๆนะครับ

.

และเมื่อผมกลับเข้าบ้านประมาณ 5 โมงเย็น รถมอไซต์ดับครับ เนื่องจากน้ำกระเพื่อมจากรถที่วิ่งสวนมาเข้าท่อ ตอนจากบ้านมาประมาณ 8 โมงยังชิวๆสบายๆอยู่เลย กลายเป็นว่าไหนๆรถมันก็เดี้ยงไปแล้ว เข็นไปนอนตายที่บ้านดีกว่า
ระยะทางเข้าบ้านประมาณ 3 กิโล ใช้เวลาไปชั่วโมงครึ่ง! เหนื่อยมาก ชาวบ้านแถวนี้ออกมาเหวี่ยงแห ตกปลา แทงกบ กันสนุกเลยครับ

คาร์ราเกอร์ อวยพรคนไทยผ่านพ้นวิกฤตการณ์น้ำท่วม

เจมี่ คาร์ราเกอร์ กองหลังลิเวอร์พูลกล่าวอวยพรแฟนหงส์ชาวไทยผ่านทางสื่อวีดีโอ LFCTV ของสโมสร

“สวัสดีครับ ผม เจมี คาร์ราเกอร์ จากสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ผมใคร่ขอส่งความปรารถนาดีมายังแฟนๆที่เมืองไทย ที่ตกอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ผมขออวยพรให้คุณ รวมถึงเพื่อนๆและครอบครัวของคุณ กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว และคุณจะไม่มีวันเดินอย่างเดียวดาย”

จาก – http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9540000141020

บ้านน้ำท่วม 1

เอ่อ… คือว่า… บ้านผมน้ำท่วมครับ

บ้านผมอยู่ถนนศาลายา-บางเลน ตรงกันตนามูฟวี่ทาวน์ครับ ตอนนี้น้ำท่วมปริ่มๆอยู่ตรงประตูบ้าน เวลามีคลื่นมาแต่ละที น้ำก็จะกระฉอกเข้าบ้านกระจึ๋งนึง เอากระสอบทรายกั้นไว้แล้ว แต่ก็ยังมีซึมๆบ้างประปราย

อีกอย่างคือตอนนี้ฝนตกครับ T.T

ทำเลยุทธศาสตร์แถวนี้ด้านหน้าเป็นคลองทวีวัฒนา แต่มีถนนใหญ่กั้นไว้อยู่(ถนนศาลายา-บางเลน) ด้านหลังเป็นแม่น้ำท่าจีน ด้านข้างเป็นคลองโยง ล้อมกรอบไว้เป็นสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า และถัดจากคลองโยงไปเป็นคลองมหาสวัสดิ์

น้ำที่ท่วมไม่ได้ไหลมาจากคลองทวีฯตามที่เป็นข่าว ว่าน้ำก้อนใหญ่จะมาจากปทุมธานีหรือบางบัวทองครับ ตัวน้ำน่ะมาจริง แต่ไม่ได้ล้นมาถึงฝั่งบ้านผมเพราะมีถนนศาลายา-บางเลนกั้นอยู่

น้ำท่วมฝั่งคลองทวีวัฒนา
น้ำที่มาจากฝั่งคลองทวีวัฒนา เปลี่ยนทุ่งนาเป็นทุ่งน้ำ ด้วยระดับความสูงของน้ำประมาณหัวเข่ายันเอว แล้วแต่ความสูงต่ำของพื้นที่

ถนนศาลายา-บางเลน
ในช่องขวาเป็นถนนศาลายา-บางเลนที่กั้นน้ำจากคลองทวีฯ ถนนนี้อยู่สูงที่สุดในระแวกนี้แล้ว ชาวบ้านจึงเอารถมาจอดริมถนนกัน ถนนนี้ต้นทางจะอยู่ตรงมหิดล ศาลายา ซึ่งน้ำได้ท่วมแล้วตั้งแต่สะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์จนถึงทางรถไฟดังช่องซ้ายบน รถเล็กคงผ่านลำบาก และเมื่อวิ่งตรงถนนนี้มาเรื่อยๆก็จะเจอน้ำท่วมดังช่องซ้ายล่าง เลยวัดมะเกลือมาประมาณนึง แสดงว่าหัวท่วมท้ายท่วม

.

และผมติดเกาะ

.

ปล.#1 ไม่ได้อัพบล็อกนานมาก ได้ฤกษ์เสียที :P
ปล.#2 จะทยอยๆเขียนเกี่ยวกับน้ำท่วมไปเรื่อยๆครับ เมื่อเวลาพอเหมาะพอเจาะ