๘ ตัวอย่างภาษาอังกฤษแบบผิดๆ ที่ฮิตติดปากคนไทย

เก็บมาจากฟอร์เวิร์ดเมลครับ เห็นว่ามีประโยชน์ดี :queen:

.

ในปัจจุบันมีคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่คนไทยใช้กันจนติดปากอยู่มากมาย แต่คุณเคยรู้ไหมว่า มีบางคำที่ฝรั่งเค้าไม่ได้ใช้อย่างที่เราพูดกันติดปากผมจึงเสนอคำศัพท์ พร้อมตัวอย่างที่คนไทยมักใช้อย่างผิดๆ พร้อมทั้งคำที่ถูกต้อง ซึ่งคุณควรนำไปใช้เวลาคุยกับฝรั่ง เริ่มเลยแล้วกันครับ

1. อินเทรนด์ (in trend) คำนี้อินเทรนด์มากๆ เอ๊ย…ฮิตมากๆ ในปัจจุบันสามารถได้ยินตามรายการวิทยุหรือโทรทัศน์ทั่วไป เพราะใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง เช่น เด็กสมัยนี้ถ้าจะให้อินเทรนด์ต้องตามแฟชั่นเกาหลี ซึ่งบางทีเวลาคุณต้องการพูดว่า “มันทันสมัย” คุณอาจจะติดปากว่า “It is in trend.” คำว่า “ทันสมัย” ฝรั่งเค้าไม่ใช้คำว่า “in trend” อย่างคนไทยหรอกครับ เค้าจะใช้คำว่า “trendy” หรือ “fashionable” ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์ที่คุณสามารถวางไว้หน้าคำนามที่ต้องการขยาย เช่น a trendy haircut ทรงผมที่ทันสมัย, a fashionable restaurant ร้านอาหารที่ทันสมัย หรือจะไว้หลัง verb to be เช่น It is trendy. หรือ It is fashionable.

.

2. เว่อร์ (over) เช่น เธอคนนั้นทำอะไรเว่อร์ๆ She is over. ไม่มีความหมายแต่อย่างใดในภาษาอังกฤษ ฝรั่งที่ได้ยินคุณพูดเช่นนี้ คงมึนตึบ พร้อมทำสีหน้างงว่า มันหมายถึงอะไรเหรอ?

พูดถึง คำนี้ คนไทยน่าจะหมายถึงการพูดเกินจริงหรือทำเกินจริง ซึ่งถ้าพูดเกินจริง ควรจะใช้คำศัพท์ที่ว่า “exaggerate” เป็นคำกิริยา อ่านว่า เอก-แซ้ก-เจ่อ-เรท เช่น “He said you walked 30 miles.” เค้าบอกว่าคุณเดินตั้ง 30 ไมล์ “No – he’s exaggerating. It was only about 15.” ไม่หรอก เค้าพูดเว่อร์(เกินจริง) มันก็แค่ 15 ไมล์เอง

ดังนั้น ถ้าจะบอกว่า เธอพูดเว่อร์น่ะ ก็บอกว่า You’re exaggerating. หรือจะบอกเค้าว่า อย่าพูดเว่อร์ๆ น่ะ อาจใช้ว่า Don’t exaggerate. ส่วนอาการเว่อร์อีกแบบคือการทำเกินจริง เราจะใช้คำกิริยาที่ว่า “overact” เช่น You’re overacting. เธอทำเว่อร์เกิน (แสดงอารมณ์เกินจริง)
Continue reading ๘ ตัวอย่างภาษาอังกฤษแบบผิดๆ ที่ฮิตติดปากคนไทย

สี่ปอ.

วันนี้มีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุขมาแจกทรายอะเบทที่บ้านครับ รณรงค์การป้องกันไข้เลือดออกจากยุงลาย

เรียนท่านเจ้าของบ้าน

วิธีป้องกัน คือ ๔ ป. ครับ

ป.ปิด
ป.เปลี่ยน
ป.ปล่อย
ป.ปรับปรุง

ง่ายจะตาย :thumbsup:

ว่ากันด้วยพลังงานล้วนๆ : (๕) เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด

กลับมาแล้วครับ สำหรับบทความพลังงาน หายไปซะตั้งนานเลยครับ (:

.

จากสัดส่วนการใช้พลังงานในการผลิตไฟฟ้า จะพบว่าโลกเราใช้ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานในการผลิตมากที่สุด แต่ในการใช้ถ่านหินนั้น ย่อมต้องเกิดผลเสียขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นมลพิษจากก๊าซต่างๆ หรือ ฝุ่น ขี้เถ้า ในอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากมาย (ก็ที่ออกมาประท้วงกันนั่นแหละ) :innocent:

แบบเก่า

และด้วยข้อหาที่มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ มนุษย์จึงพยายามคิดวิเคราะห์และพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีที่ใช้กันนี้ เรียกว่า เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด (แผนภาพ)

.

เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด (Clean Coal Technology – CCT) หมายถึง กลุ่มเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำเหมือง การจัดการถ่านหิน และการใช้ประโยชน์จากถ่านหิน โดยให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นที่ยอมรับได้ แต่ยังคงประสิทธิภาพและการประหยัด

โดยทั่วไปเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดสามารถจำแนกออกเป็นกลุ่มๆ ซึ่งได้แก่

.

เทคโนโลยีก่อนการเผาไหม้ (Pre-combustion)

เทคโนโลยีในกลุ่มนี้เป็นการนำถ่านหินมาผ่านกระบวนการเพื่อลดปริมาณเถ้า, กำมะถัน และสิ่งเจือปนอื่นๆ ซึ่งในขณะเดียวกัน ก็เป็นการเพิ่มค่าความร้อนของถ่านหินก่อนนำไปเผา เราเรียกวิธีการนี้ว่า Coal Preparation, Coal Benefication หรือ Coal Upgrading ได้แก่ การทำความสะอาดโดยวิธีทางกายภาพ (Physical Cleaning or Washing) เช่น การล้างด้วยน้ำ, การทำความสะอาดโดยวิธีทางเคมี (Chemical Cleaning) เช่น การล้างด้วยสารเคมี และการทำความสะอาดโดยวิธีทางชีวภาพ (Biological Cleaning) เช่น การให้แบคทีเรียย่อยสลายสารที่ไม่ต้องการ
.

เทคโนโลยีระหว่างการเผาไหม้ (Combustion)

เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาเตาเผาและหม้อไอน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดมลพิษ เทคโนโลยีในกลุ่มนี้มีการพัฒนาหลายรูปแบบ เช่น

Pulverized Coal Combustion (PCC) เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปในการผลิตไฟฟ้า ถ่านหินจะถูกบดให้เป็นผง แล้วพ่นเข้าไปในเตาเผาพร้อมอากาศ ผลิตไอน้ำไปหมุนกังหันเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ในปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีของเตาเผาเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นถึงประมาณร้อยละ ๔๐ และในอนาคตเทคโนโลยี Advanced Pulverized Coal Combustion จะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตถึงร้อยละ ๕๕ ทำให้ลดการใช้ถ่านหินลงได้มาก

Fluidized Bed Combustion (FBC) การเผาไหม้วิธีนี้ ผงถ่านหินและหินปูนจะถูกพ่นเข้าไปในหม้อไอน้ำพร้อมอากาศ ขณะเผาไหม้หินปูนจะทำหน้าที่คล้ายฟองน้ำดักจับกำมะถัน ซึ่งสามารถลดปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ได้มากถึงร้อยละ ๙๐ นอกจากนี้อุณหภูมิของหม้อไอน้ำที่ใช้ในกระบวนการนี้ยังค่อนข้างต่ำ ซึ่งจะช่วยทำให้ลดปริมาณมลพิษจากไนโตรเจนถ่านหิน

Pressured Fluidized Bed Combustion (PFBD) เป็นการพัฒนาการเผาไหม้ถ่านหินแบบฟลูอิดไดซ์เบด(FBC) ภายใต้ความดันสูง เพื่อเพิ่มความร้อนและแรงดันไอน้ำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตพลังงาน และยังมีการพัฒนาการเผาไหม้ถ่านหินแบบฟลูอิดไดซ์เบด(FBC) ภายใต้ความดันสูงชนิดฟองอากาศอีก (Bubbling Type PFBC)

Ultra Super Critical (USC) เป็นการใช้หม้อกำเนิดไฟฟ้าแรงดันสูง เพื่อกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาประสิทธิภาพในการใช้งานอยู่

.

เทคโนโลยีหลังการเผาไหม้ (Post-combustion)

เทคโนโลยีเหล่านี้เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่เกิดขึ้นหลังจากถ่านหินเผาไหม้แล้ว ได้แก่

ระบบดักจับฝุ่น โดย Electrostatic Precipitator (ESP) ใช้หลักการไฟฟ้าสถิตย์ในการดักจับเถ้าลอย โดยให้ฝุ่นละอองมีประจุไฟฟ้าขั้วหนึ่ง และถังเก็บฝุ่นละอองมีประจุไฟฟ้าอีกขั้วหนึ่ง หรือใช้ไซโคลน(Cyclone) ในการแยกฝุ่น โดยใช้หลักของแรงเหวี่ยง เพื่อให้ก๊าซเกิดการหมุนตัว ฝุ่นจะถูกแยกออกมา สามารถใช้ร่วมกับหม้อไอน้ำแบบฟลูอิดไดซ์เบด หรือแบบ Pulverized นอกจากนี้อาจใช้อุปกรณ์ดักจับฝุ่นแบบถุงกรอง(Bag Filter)

ระบบการกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ โดย Flue Gas Desulfurization (FGD) เป็นกระบวนการกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ที่ออกมาพร้อมก๊าซทิ้ง สามารถแบ่งได้เป็นสามแบบ คือ แบบเปียก, แบบแห้ง และกึ่งแห้ง แต่กระบวนการแบบเปียกจะเป็นที่นิยมมาก ส่วนใหญ่ที่ใช้เป็นแบบ Limestone-Gypsum คือก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในก๊าซทิ้งจะทำปฏิกิริยากับน้ำหินปูน เกิดเป็นยิปซัม ซึ่งเป็นสารประกอบที่นำมาใช้ประโยชน์อื่นได้ เช่น ทำแผ่นยิปซั่ม หรือปูถนน และวิธีการนี้สามารถลดปริมาณก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ได้ถึงร้อยละ ๘๐ – ๙๐ เลยทีเดียว

การลดปริมาณก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ในก๊าซทิ้ง Selective Catalytic Reduction (SCR) เป็นกระบวนการที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและมีประสิทธิภาพสูง ระบบนี้จะใช้แอมโมเนีย ทำปฏิกิริยากับก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ เกิดเป็นไนโตรเจนและน้ำ

.

เทคโนโลยีการแปรสภาพถ่านหิน (Coal Conversion)

ได้มีการศึกษาพบว่าการแปรสภาพถ่านหินให้เป็นก๊าซโดยกระบวนการ Gasification ทำให้สามารถนำก๊าซที่ได้ไปกำจัดกำมะถันออกก่อนที่จะเอาไปเผาไหม้ได้ ซึ่งเทคโนโลยีแบบนี้มีข้อดีอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ค่าใช้จ่ายในการกำจัดกำมะถันที่ต่ำลง ปริมาณของเสียจากการกำจัดก็น้อย และที่สำคัญคือ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาการแปรสภาพถ่านหินให้อยู่ในรูปของของเหลว Liquefaction ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันดิบอีกด้วย

Coal Gasification Technology เป็นกระบวนการออกซิเดชั่นถ่านหินเพียงบางส่วน โดยถ่านหินจะทำปฏิกิริยากับก๊าซออกซิเจนหรืออากาศและไอน้ำ ภายใต้อุณหภูมิและความดันสูง ให้ก๊าซเชื้อเพลิง(Fual Gas) ซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนใหญ่ จากนั้นนำมาทำให้สะอาด โดยแยกสารประกอบที่ไม่ต้องการ ก่อนนำก๊าซไปใช้ในโรงไฟฟ้าแบบกังหันก๊าซร่วมกับกังหันไอน้ำ ซึ่งเรียกว่า โรงไฟฟ้า Integrated Gasification Combined Cycle (IGCC) ให้ประสิทธิภาพสูงถึงร้อยละ ๔๕ – ๔๘

Coal Liquefaction Technology เป็นการแปรรูปถ่านหิน ให้อยู่ในรูปเชื้อเพลิงเหลว (Liquid Fuel) ที่สามารถนำมากลั่นในขบวนการกลั่นน้ำมัน สำหรับรถยนต์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น พลาสติก และสารละลายต่างๆ(Solvent)

Dimethyl Ether (DME) เป็นเทคโนโลยีสังเคราะห์เชื้อเพลิงสะอาด โดยนำก๊าซมีเทนที่ได้มาจากเหมืองถ่านหิน มาผ่านกระบวนการสังเคราะห์ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ DME ซึ่งมีคุณสมบัติเปรียบเสมือนกับ LPG (Liquefied Petroleum Gas), คาร์บอนไดออกไซด์ และเมธานอล

.

ในประเทศไทยของเรา ก็มีการใช้เทคโนโลยีถ่านหินเหมือนกัน เช่น โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ที่ใช้เชื้อเพลิงจากถ่านหินลิกไนต์ ใช้เทคโนโลยีประเภทหลังการเผาไหม้แบบ ESP และ FGD หรือที่โครงการโรงไฟฟ้ากระบี่ ก็ใช้เทคโนโลยีประเภทหลังการเผาไหม้แบบ FGD เหมือนกัน

การที่จะเลือกใช้เทคโนโลยีประเภทใดนั้น ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับแรกก่อนเสมอ เราต้องหาความเหมาะสมระหว่างเทคโนโลยีกับคุณสมบัติของถ่านหินก่อน บางเทคโนโลยีใช้ได้กับถ่านหินคุณภาพต่ำและปานกลาง บางเทคโนโลยีใช้ได้กับถ่านหินคุณภาพสูงเท่านั้น เป็นต้น

แบบใหม่

.

เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ในอนาคตจะแยกก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากถ่านหินนำไปฝังเก็บไว้ใต้ดิน เป้าหมายสูงสุด คือ ไม่มีการปล่อยก๊าซมลภาวะอย่างสิ้นเชิง (Zero Emission)

ขอพลังจงอยู่กับท่าน

.
แหล่งอ้างอิง :nerd:

    เอกสารเผยแพร่

  • พลังงานสะอาดจาก…ถ่านหิน เทคโนโลยีเพื่ออนาคตไทย, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
    วารสาร

  • ‘รักษ์พลังงาน, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

.
ฟังความอีกด้านครับ

ทำเนียบยูโร

จบไปแล้วนะครับ สำหรับรายการการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ที่เราเรียกกันว่า ” ยูโร ” หรือเทศกาลอดนอน(อีกแล้ว) สำหรับคอบอล ปีนี้ ยูโร ๒๐๐๘ มีเจ้าภาพร่วมกันสองประเทศ คือ ออสเตรียและสวิตเซอร์แลนด์ ใครเชียร์ทีมอะไรกันบ้างครับ? สมหวังหรือผิดหวัง?

ตอนนอนดูบอล เห็นโลโก้ของการแข่งขันสวยดี จึงลองไปค้นหาโลโก้ของการแข่งขันปีก่อนๆเก่าๆดู บางอันคุ้นตา บางอันไม่เคยเห็นเลย (ปีเก่าๆรู้สึกว่าจะลอกกันมาหรือเปล่า? :confused: ) ชอบแบบไหนกันบ้าง? ผมชอบของโปรตุเกสนะ เท่ดี :thumbsup:

ปี โลโก้ เจ้าภาพ แชมป์ รองแชมป์
1960 Euro 1960 ฝรั่งเศส สหภาพโซเวียต ยูโกสลาเวีย
1964 Euro 1964 สเปน สเปน สหภาพโซเวียต
1968 Euro 1968 อิตาลี อิตาลี ยูโกสลาเวีย
1972 Euro 1972 เบลเยี่ยม เยอรมันตะวันตก สหภาพโซเวียต
1976 Euro 1976 ยูโกสลาเวีย เชกโกสโลวาเกีย เยอรมันตะวันตก
1980 Euro 1980 อิตาลี เยอรมันตะวันตก เบลเยี่ยม
1984 Euro 1984 ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส สเปน
1988 Euro 1988 เยอรมันตะวันตก เนเธอร์แลนด์ สหภาพโซเวียต
1992 Euro 1992 สวีเดน เดนมาร์ก เยอรมัน
1996 Euro 1996 อังกฤษ เยอรมัน สาธารณรัฐเชก
2000 Euro 2000 เบลเยี่ยม & เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี
2004 Euro 2004 โปรตุเกส กรีซ โปรตุเกส
2008 Euro 2008 ออสเตรีย & สวิตเซอร์แลนด์ สเปน เยอรมัน
2012 Euro 2012 โปแลนด์ & ยูเครน
2016   อาจจะเป็น สวีเดน & นอร์เวย์ หรือ เวลส์ &ไอแลนด์ & สก๊อตแลนด์
2020   อาจจะเป็น บัลแกเรีย & โรมาเนีย หรือ สาธารณรัฐเชก & สโลวเกีย

ครั้งต่อไป ยูโร ๒๐๑๒ จะไปแข่งขันกันที่ โปแลนด์และยูเครน เป็นครั้งที่สามแล้วที่มีเจ้าภาพร่วมกัน เหตุเพราะว่าความสำเร็จของการจัดร่วมกันในครั้งก่อนๆนั่นเอง และอีกอย่างก็คือ เปิดโอกาสให้ชาติเล็กๆสามารถที่จะจัดการแข่งขันได้ด้วย

เสียดายศึกยูโรปีนี้ ไม่มีทีมชาติอังกฤษ ขวัญใจมหาชน ไม่งั้นเศรษฐกิจคงจะคึกคักกันน่าดูแถวๆโต๊ะบอล แต่ครั้งหน้าผมว่าสิงโตเข้าแน่ๆ ไม่เชื่อเหรอ พนันกันไหมเล่า? 8)

.

ปล. ลืมบอกไป ปีนี้ผมเชียร์หงส์ตอเรสครับ แจ่ม :heart: :crush:

.

ที่มา, อ้างอิง, รูปภาพ – วิกิพีเดีย

คน??

This movie requires Flash Player 9

This is a little story about 4 people named
Everybody, Somebody, Anybody and Nobody.

There was an important job to be done and
Everybody was sure that Somebody would do it.
Anybody could have done it, but Nobody did it.

Somebody got angry about that because it was Everybody‘s job.
Everybody thought that Anybody could do it,
but Nobody realized that Everybody wouldn’t do it.

It ended up that Everybody blamed Somebody
when Nobody did what Anybody could have done.

.

เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของคน ๔ คน ที่มีชื่อว่า
ทุกคน, บางคน, ใครซักคน และ ไม่มีใครเลยซักคน

มีงานสำคัญงานหนึ่งที่จะต้องทำให้เสร็จ
ทุกคน แน่ใจว่า บางคน จะทำ
ใครซักคน ควรจะทำให้เสร็จ
แต่ ไม่มีใครเลยซักคน ทำ

บางคน โมโหเพราะเป็นงานของ ทุกคน
ทุกคน คิดว่า ใครซักคน ควรจะทำ
แต่ ไม่มีใครเลยซักคน ระลึกได้ว่า ทุกคน ไม่ได้ทำ

เรื่องนี้จบลงด้วยการที่ ทุกคน กล่าวโทษ บางคน
ในขณะที่ ไม่มีใครเลยซักคน ทำในสิ่งที่ ใครซักคน ควรจะทำให้สำเร็จ

.

ที่มา : แผ่นกระดาษในลิ้นชักปีมะโว้